Category: SDN News

  • 30 หน่วยงาน ร่วมแสดงข้อคิดเห็น-ยื่นหนังสือความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก เยาวชนจังหวัดเลย ต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ผวจ.เลย

    30 หน่วยงาน ร่วมแสดงข้อคิดเห็น-ยื่นหนังสือความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก เยาวชนจังหวัดเลย ต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ผวจ.เลย

    ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดเลย เสนอแนวทางร่วมกันส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ ในเวทีรับฟังความคิดเห็น และความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก นักเรียน และเยาวชนจังหวัดเลย

    วันที่ พุธ ที่ 9 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมศรีสองรัก ศาลากลางจังหวัดเลย 30 หน่วยงานในจังหวัดเลย ประกอบด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย ปกครองจังหวัดเลย ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย สรรพสามิตพื้นที่เลย เทศบาลเมืองเลย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เลย-หนองบัวลำภู  พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเลย เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย และมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม ร่วมจัดเวทีฟังความคิดเห็น และแสดงความห่วงใยด้านปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก นักเรียน และ เยาวชน จังหวัดเลย

    จากการสำรวจพื้นที่เสี่ยง พื้นที่สร้างสรรค์ ในจังหวัดเลย เพื่อให้เห็นสถานการณ์ โดยนำรอง 5 อำเภอได้แก่ อำเภอเมืองเลย อำเภอเชียงคาน อำเภอด่านซ้าย อำเภอวังสะพุง อำเภอเอราวัณ   ข้อค้นพบที่สำคัญคือ

               สถานที่ที่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ส่วนใหญ่คือ สวนสาธารณะหรือพื้นที่สาธารณะต่างๆ หอสมุด พิพิธภัณฑ์ สถานที่ออกกำลังกายต่างๆ  วัด วิสาหกิจชุมชนต่างๆ รวมถึงโรงเรียนและสถานที่ราชการ

               สถานที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่คือ  สถานที่ที่มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เช่น ผับ บาร์ ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำสาธารณะ ถนนโดยเฉพาะแยกต่างๆ แหล่งมั่วสุมต่างๆ เช่นสถานที่รกร้าง ใต้สะพาน ร้านเกมส์ ร้านสนุ๊กเกอร์ รีสอร์ท

               พบว่า สถานที่เสี่ยงต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด มีค่อนข้างมากในพื้นที่ ซึ่งรวมกันอยู่พื้นที่ชีวิตประจำวันทั่วไป ในการชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปตัวอย่าง สถานที่ที่เป็นทั้งพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่สร้างสรรค์ เช่น สวนสาธารณะ กลางวันเป็นสถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อน แต่กลางคืน กลับเป็นแหล่งมั่วสุม พบปะของกลุ่มวัยรุ่น ในจุดที่มืด หรือจุดลับตา รวมกลุ่มกันทำอะไรบางอย่างหรือ สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งดื่มแอลกอฮอล์ สถานบันเทิงบางที่ แม้จะเปิดถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับไม่กระทำตามกฎหมาย ด้วยการอนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการได้ ไม่มีการตรวจบัตรประชาชน ส่วนในสถานศึกษา ก็ยังเป็นพื้นที่เสี่ยง โดยการที่นักเรียนแอบนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปสูบในโรงเรียน จนโรงเรียนต้องมีมาตรการต่างๆ ในการดำเนินการ ทั้งป้องกัน และยับยั้ง

    ข้อห่วงใยจากสถานการณ์ดังกล่าว คือ  

    • ครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อมในชุมชน สื่อโซลเชียล มีผลต่อการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง
    • อยากให้มีส่วนร่วม ของนโยบาย ที่ร่วมมือกันในการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ จากหน่วยงาน องค์กร ภาคีในจังหวัดเลย  
    • กลไกการซื้อ-ขาย จะทำยังไง ให้หาซื้อได้ยาก
    • ไม่อยากให้ผลิตสุราแบบเสรี ฝากให้พิจารรามาตรการอีกครั้ง เพราะหากเปิดเสรี อาจจะมีปัญหามากขึ้นแน่นอน

    ข้อเสนอแนะ

    • ยังไงให้มีกิจกรรมดีๆ พื้นที่ดีๆ จนไม่มีเวลาไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด
    • การใช้โซเชียล การสร้างการตระหนักรู้
    • การมีมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนกลุ่มใหม่อย่างเข้มข้นไม่ให้เข้ามาในวังวนปัจจัยเสี่ยง หน่วยงานช่วยกวดขัน ไม่ให้นักเรียนเข้าถึงง่าย
    • อยากให้ฝ่ายปกครองให้ความช่วยเหลือ ในการออกตรวจปัสสาวะในโรงเรียน อย่างน้อยเทอมละ 2 ครั้ง

    จากการสรุปภาพรวมการร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีครั้งนี้ จะนำไปสู่การประสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงาน เชื่อมกับนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย และลดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดเลย ที่ได้มีการ MOU และมีการดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ ปี 2563 และมีการ MOU เพิ่มเติมอีกครั้ง ในปี 2566 ร่วมกับหน่วยงานในจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้มีการดำเนินการใน 14 อำเภอ ขับเคลื่อนงานเพื่อลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในงานบุญประเพณีต่างๆ เช่น งานกาชาดและดอกฝ้ายบาน งานแข่งเรืออำเภอเชียงคาน งานลอยกระทงอำเภอเมืองเลย งานสงกรานต์อำเภอเชียงคาน งานบุญบั้งไฟอำเภอเอราวัณ เป็นต้น

    ในส่วนของน้องๆ เยาวชนตัวแทนจาก 6 สถานศึกษา ได้มีการยื่นหนังสือข้อเสนอความห่วงใยต่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ เพื่อที่จะส่งต่อข้อเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะพิจารณามาตรการอย่างเข้มงวด ในการออกกฎหมาย การมีมาตรการปกป้องและดูแลสิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยของเด็ก เยาวชนจังหวัดเลย และทั่วประเทศ

    และยื่นหนังสืออีกฉบับ ต่อ นายชัยพจน์ จรูญพงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ในเวทีเดียวกัน เพื่อให้มีนโยบายที่เข้มงวด ในการดูแลเด็ก และเยาวชนในจังหวัดเลย ให้เติบโตภายใต้ภุมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

    ทั้งนี้ นางฐิติพันธ์ วงษ์คำจันทร์  ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย กล่าวว่า เมื่ออัตราการเกิดของเด็กมีน้อย เราต้องร่วมมือกันปกป้องเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เขา โดยเฉพาะการควบคุม และป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิเช่น บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมีการร่วมมือกันเพื่อลดพื้นที่เสี่ยงที่เอื้อให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งในพื้นที่ 14 อำเภอ ในเขตเทศบาลเมืองเลย แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงงานบุญประเพณีเทศกาลต่างๆ ในจังหวัดเลย ร่วมมือกันเพื่อเพิ่มพื้นที่และกิจกรรมสร้างสรรค์ เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย ในนามองค์กรที่มีการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดเลย และผลักดันให้เกิดความร่วมมือและหนุนเสริมกิจกรรม อยากเห็นจังหวัดเลยมีนโยบายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เด็กของเราเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทำงานในเชิงรุกซึ่งจะมีการทำงานที่หลากหลายมาก โดยอาจรวมถึงมาตรการป้องกันเหตุที่เกิดจากรถโรงเรียน หรือรถที่ใช้ในการทัศนศึกษาของนักเรียนเป็นต้น ดังนั้น “การส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีประเด็นที่ต้องดำเนินการที่หลากหลายมาก อาทิเช่น ผลการเรียน สังคมในโรงเรียนที่มีความรุนแรงมากขึ้น ยาเสพติดและความเสี่ยงต่างๆ ทั้งการท้องในวัยเรียน บุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังระบาดในเยาวชน และเด็กบางส่วนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เป็นต้น  เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนให้จังหวัดเลย มีคณะทำงานที่จะมาร่วมกันทำงานในเชิงรุก สำรวจปัญหา ร่วมกันออกแบบมาตรการแก้ไขและร่วมกันดำเนินงาน”


    ภาพ ; เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดเลย

    ข่าว ; นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.ประสานงานแผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • 7 สถานศึกษา 5 อำเภอ นครพนม ยื่นหนังสือแสดงความห่วงใย ต่อเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติด

    7 สถานศึกษา 5 อำเภอ นครพนม ยื่นหนังสือแสดงความห่วงใย ต่อเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติด

    3 ตุลาคม 2567 นครพนมจัดเวทีเสวนาแสดงความห่วงใย และแสดงข้อคิดเห็นต่อการปกป้องเด็กและเยาวชน จากปัจจัยเสี่ยงเฟล้า บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด จังหวัดนครพนม

    โดยมีตัวแทนแกนนำนักเรียน ผู้อำนวยการสถานศึกษา 7 สถานศึกษา จาก 6 อำเภอ ได้แก่ โรงเรียนนครพนมวิทยาคม อำเภอเมืองนครพนมโรงเรียนนาหว้าพิทยาคม อำเภอนาหว้าโรงเรียนสหราษรังสฤษฏ์ อำเภอศรีสงคราม โรงเรียนนาทมวิทยา อำเภอนาทม โรงเรียนบ้านแพงพิทยาคม อำเภอบ้านแพง โรงเรียนท่าอุเทนพัฒนา อำเภอท่าอุเทน โรงเรียนปิยะมหาราชาลัย อำเภอเมืองนครพนม นำเสนอพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่ ที่แกนนำนักเรียนและครู ได้เก็บข้อมูล และมีเวทีวิเคราะห์สรุปผลการเก็บข้อมูลในวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานในระดับจังหวัด และร่วมแสดงความคิดเห็นในเวทีเสวนา

    ในส่วนของเวทีเสวนาแสดงความห่วงใน มีตัวแทนจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม  สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นครพนม บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม ตัวแทนเยาวชนจาก 2 สถาบันการศึกษา ใน 2 อำเภอ ครูพี่เลี้ยงในการเก็บสำรวจข้อมูลพื้นที่เสี่ยง/พื้นที่สร้างสรรค์ และตัวแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา ร่วมเสวนาและแสดงเห็น เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานร่วมกันว่า ภาคส่วนต่างๆ จะมีวิธีการร่วมกันปกป้องเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างไร โดยมีข้อเสนอร่วมกัน ดังนี้

    1. คุมการใช้ยาเสพติดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเด็กเยาวชน และประชาชน ควบคุมบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติดต่างๆ โดยเฉพาะ

                  1.1 การกวดขันการจำหน่ายสิ่งเหล่านี้ในร้านค้าต่างๆ และในโซเชียลมีเดียต่างๆ

                  1.2 เข้มงวดการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะในสถานที่ราชการ พื้นที่สาธารณะและงานประเพณี

                  1.3 บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับสถานบันเทิงที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ พร้อมเพิ่มบทลงโทษเจ้าของและธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้ามาสนับสนุน

                  1.4 ควบคุมและบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนและประชาชน

    2. ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในจังหวัดนครพนมเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น การให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน การร่วมมือกันแก้ไขสถานที่เสี่ยงต่างๆ ร่วมกันส่งเสริมกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์แก่เด็กและเยาวชน

    3. ส่งเสริมให้เกิดคณะทำงานในจังหวัดนครพนมเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน ที่สามารถเป็นแกนกลางที่จะสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และสามารถออกแบบการทำงานในเชิงรุกและสอดคล้องกับความต้องการของเด็กเยาวชน เช่น มีการดำเนินงานในเรื่องป้องกันพนันออนไลน์ การส่งเสริมสุขภาพจิต เป็นต้น

    4. ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เช่น ให้มีผู้แทนของเยาวชนเป็นคณะทำงานของจังหวัด มีช่องทางที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนในการรายงานสถานการณ์จุดเสี่ยงต่างๆ ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีความร่วมมือเพื่อให้เยาวชนเขียนโครงการที่จะดำเนินงานลดพื้นที่เสี่ยงและเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ในพื้นที่ของตนเอง

    ข้อเสนอจากนักเรียนตัวแทนแกนนำนักเรียนทั้ง 7 โรงเรียน

    1. บริเวณพื้นที่ใกล้บ้าน มีพื้นที่เสี่ยง อยากให้มีเจ้าหน้าที่ที่ดูแล เข้ามาดูแลพื้นที่ ให้เกิดความเสี่ยงน้อยลง มีไฟฟ้าสว่าง มีความปลอดภัยมากขึ้น
    2. แกนนำพวกเราต้องช่วยโรงเรียนเป็นหูเป็นตา ในการช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดต่อนักเรียนในโรงเรียน และนอกโรงเรียน
    3. อยากให้มีการตรวจตราพื้นที่ในโรงเรียนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงมีพื้นที่ในการรวมตัวกัน
    4. ไม่อยากให้ผู้ใหญ่ใช้เด็กไปซื้อเหล้าบุหรี่ รวมถึงการคบเพื่อน พวกเราต้องเลือกที่จะคบเพื่อนที่ไม่พาไปในลู่ทางที่เข้าสู่ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ
    5. จุดเสี่ยงในโรงเรียนที่พบมาก คือ ห้องน้ำ และมุมลับตา ตอนกลางคืนก็มีการมามั่วสุม ตรวจมากขึ้น

    การยื่นหนังสือข้อห่วงใยจากเด็กและเยาวชน ได้มีการยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ ส.ส. นครพนม พรรคภูมิใจไทย โดยมีหน่วยงานรับรองและเป็นสักขีกพยานในครั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม สรรพสามิตพื้นที่นครพนม บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครพนม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดนครพนม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดนครพนมเขต 1และ 2 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดนคร นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครพนม และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดนครพนม



    ภาพ/ข่าว : นาฎชฎา แจ้งพรมมา จนท.ประสานงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • เครือข่ายเยาวชน YSDN ยื่น 6 ข้อเรียกร้องถึง 4 พรรคการเมือง ร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยงกระทบชีวิต –สุขภาพเด็ก เยาวชนไทย

    เครือข่ายเยาวชน YSDN ยื่น 6 ข้อเรียกร้องถึง 4 พรรคการเมือง ร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยงกระทบชีวิต –สุขภาพเด็ก เยาวชนไทย

    เครือข่ายเยาวชน YSDN ยื่น 6 ข้อเรียกร้องถึง 4 พรรคการเมือง ร่วมป้องกันปัจจัยเสี่ยงกระทบชีวิต –สุขภาพเด็ก เยาวชนไทย ออกกฎหมายคุมเข้มยาเสพติด – เหล้า-การพนัน หลังพบข้อมูลยาวชนไทยเจอภาวะซึมเศร้าคุกคาม 

    วันที่ 22 กันยายน 2567 – นายฐิติวัฒน์ คุ้มกัน แกนนำเครือข่ายเด็กเยาวชน YSDN Thailand เปิดเผยว่า เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติปีนี้ เครือข่ายเยาวชน YSDN Thailand และเพื่อนเครือข่ายเยาวชน 200 คนทั่วประเทศ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ปัญหาความเสี่ยงจากสารเสพติดต่างๆ และการพนันออนไลน์ที่ผู้ประกอบการใช้มีกลยุทธ์กับเด็กเยาวชนสร้างนักดื่ม นักสูบนักเสพ และนักพนันหน้าใหม่ เพื่อสร้างรายได้ให้กับตัวเองมหาศาล แต่กลับทำให้เด็กเยาวชนเหล่านี้ต้องอยู่กับความไม่ปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และเป็นภัยคุกคามต่อการมีสุขภาพที่ดี ล่าสุดเครือข่ายฯ สำรวจพบว่า เยาวชนต้องการการดูแลภาวะซึมเศร้ามากที่สุด รองลงมาคือการควบคุมการใช้สารเสพติดต่างๆ

    ดังนั้น เครือข่ายฯ จึงได้สรุปความเห็นร่วมกัน และนำไปยื่นเป็นข้อเสนอต่อพรรคการเมือง 4 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ใน 6 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1. ยืนหยัดและควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายนั้นอย่างจริงจัง 2. มีนโยบายส่งเสริมด้านสุขภาพจิตในเด็กเยาวชนที่ชัดเจน เพื่อลดผลกระทบจากการใช้ชีวิต การเลี้ยงดู ระบบการศึกษา ค่านิยมสังคม ฯลฯ 3.ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อร่วมป้องกันปัญหายาเสพติดและพนันออนไลน์ 4. กำหนดให้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น 5. เพิ่มมาตรการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ให้เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้มีตัวแทนจากเยาวชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดด้วย 6. ควบคุมการผลิตสุรา ต้องมีใบอนุญาตผลิต ไม่ปล่อยเสรี เหมือนกับ กัญชา กระท่อม เพราะสุราไม่ใช่สินค้าธรรมดา จำเป็นต้องมีการควบคุมเข้มข้น เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดกับเด็กเยาวชน และคนที่ไม่ดื่ม

    “เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา มีการนำเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 เพื่อให้การขอใบอนุญาตผลิตได้ง่ายขึ้น ซึ่งทางเครือข่ายฯ ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดให้ผลิตสุราได้เองที่บ้านโดยไม่ขออนุญาต เพราะเหมือนเป็นการจุดระเบิดเวลาที่จะทำให้เกิดผลกระทบมากมายยิ่งขึ้นในอนาคต” นายฐิติวัฒน์ กล่าว

    อนึ่ง ผู้แทนทั้ง 4 พรรคการเมืองที่มารับข้อเสนอจากเยาวชนได้แก่ นาย ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ และนายวันนิวัติ สมบูรณ์ สส.เพื่อไทย, นางสาวญย์ธิดา สมชัย และนางสาวพิมฤดา ตันจรารักษ์ สส.พรรคภูมิใจไทย , นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเจริญ และนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ, นางสาวภัสริน รามวงศ์ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.พรรคประชาชน

  • วันเยาวชนแห่งชาติสสส. ก.ศึกษาธิการผนึกกำลังเครือข่ายงดเหล้าหนุนพัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่แกนนำเยาวชน YSDN Thailand

    วันเยาวชนแห่งชาติสสส. ก.ศึกษาธิการผนึกกำลังเครือข่ายงดเหล้าหนุนพัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่แกนนำเยาวชน YSDN Thailand

    วันเยาวชนแห่งชาติสสส. .ศึกษาธิการผนึกกำลังเครือข่ายงดเหล้าหนุนพัฒนาศักยภาพเยาวชนสู่แกนนำเยาวชน YSDN Thailand  ป้าทิชาร่วมสะท้อนปัญหาเด็กก้าวพลาดมาจากปัจจัยทางสังคมเร่งสร้างภูมิคุ้มกันรู้เท่าทันหนุนกิจกรรมสร้างสร้างสรรค์หวังป้องกันนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ในเด็กและเยาวชน 

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ก.ย. 2567 ที่สถาบันวิชาการ เอ็นที จ.นนทบุรี แกนนำเยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง YSDN สนับสนุนโดยสมาคมเครือข่ายงดเหล้าและลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ(สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานเยาวชนเครือข่ายองค์กรงดเหล้าตอน The power of change พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ  

    นพ.พงศ์เทพวงศ์วัชรไพบูลย์ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า เด็กและเยาวชน อยู่ในช่วงวัยที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็ก วัยรุ่น สู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งขณะนี้สังคมมีปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามต่อสุขภาพเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ทั้งบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด ส่งผลต่อการเติบโตทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็ก โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้ามีเด็กและเยาวชนสูบมากขึ้นจากเดิม 78,742 คน ในปี 2564 เพิ่มเป็น 709,677 คน ในปี 2565 เยาวชนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อน หากเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีแนวโน้มสูบบุหรี่มวนเพิ่มขึ้น 5 เท่า และมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าขณะที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเยาวชน แม้มีแนวโน้มลงลงเหลือ 20.9% หรือ 1.9 ล้านคน แต่การเริ่มต้นดื่มตั้งแต่อายุยังน้อยมีผลต่อพัฒนาการ ทั้งสมองส่วนหน้า (การวางแผน) สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ (ความจำ สมาธิการควบคุมตนเอง) นำไปสู่การเป็นโรคติดแอลกอฮอล์ในวัยผู้ใหญ่ รวมถึงปัญหาอุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท  การใช้สารเสพติดชนิดอื่น และปัญหาครอบครัว ที่พบการดื่มมีส่วนก่อให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวมากถึง 1 ใน 4 ของความรุนแรงในบ้าน

    “สสส. ให้ความสำคัญในการดูแลและส่งเสริมให้เยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและมีสุขภาพพัฒนา จึงได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายแกนนำเยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง YSDN  (Youth Strong and Development Network ) ให้เป็นต้นแบบแกนนำในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ลดนักดื่มหน้าเก่า ร่วมเป็นเจ้าของประเด็น นำไปสู่การขับเคลื่อนงานด้านสังคม โดยสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ใช้พลังแห่งการสร้างสรรค์นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและเป็นให้กำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป” ผจก. กองทุนสสส. กล่าว  

    นายสิริพงศ์อังคสกุลเกียรติคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการโดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญประเด็นปัจจัยเสี่ยง ได้ส่งเสริมให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า แอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด โดยเฉพาะเรื่องบุหรี่ไฟฟ้ามีการประสานกับทางตำรวจ จับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่รอบสถานศึกษาทุกแห่งอย่างเป็นรูปธรรม ปราบปรามช่องทางออนไลน์ รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้แก่ชุมชนสถานศึกษา เกี่ยวกับข้อกฎหมายและอันตรายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า จากการสำรวจของกรมควบคุมโรค พบว่าเด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 17.6% และเกือบทั้งหมดซื้อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งดูเหมือนว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน โดยผลิตให้มีรูปแบบเป็นตัวการ์ตูน กล่องนม ให้ดูเป็นเรื่องธรรมดา เข้าถึงง่าย จนเด็กซึมซับโดยไม่รู้ตัว นับเป็นภัยคุกคามเยาวชนที่ต้องเร่งจัดการโดยด่วน

    นางทิชานครผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวเสริมว่า เด็กที่อยู่ในสถานพินิจ ประมาณ 68% เป็นเด็กที่มีประวัติเหมือนกันคือ ถูกให้ออกจากโรงเรียนกลางคัน เด็กจะรู้สึกเป็นผู้แพ้ ไม่ถูกยอมรับ มีโอกาสที่จะเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก่อให้เกิดความรุนแรงและอาชญากรรม ซึ่งบ้านกาญจนาฯ เน้นทำกระบวนการความคิดกับเด็กจนเกิดความไว้ใจ ผ่านการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารพูดเคย เปิดใจรับฟัง ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า “วิชาชีวิต” มุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้เยาวชนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม และส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะด้านกระบวนการรู้คิด จากสถิติเยาวชนที่ผ่านกระบวนการนี้ ทำให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทำความผิดซ้ำน้อยกว่า 6%  ถือเป็นกระบวนการที่ช่วยปกป้องสังคมและส่งคืนเด็กและเยาวชนให้มีความเข้มแข็ง ภูมิคุ้มกันด้านปัจจัยเสี่ยง และกลับคืนสู่สังคมได้จริง

    นายฐิติวัฒน์  คุ้มกัน แกนนำเครือข่ายเยาวชน YSDN  กล่าวว่า เครือข่ายเยาวชน YSDN ได้รวบรวมความคิดเห็นจากเยาวชนทั่วประเทศผ่านออนไลน์ จำนวน 1,259 คน โดยได้ยื่นจดหมายเปิดผนึก “เสียงจากใจเยาวชนทั่วไทย”ถึงผู้จัดการกองทุน สสส กระทรวงศึกษา และตัวแทนพรรคการเมือง 4 พรรค (พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ)   โดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเด็นพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์ โดยพบว่า 5 ประเด็นที่เยาวชนมีความต้องการมากที่สุดคือ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตสำหรับเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า (99.60%) รองลงมาคือ ควบคุมการใช้ยาเสพติดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชน พร้อมลดภาระแพทย์ และป้องกันการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยง พร้อมมาตรการป้องกัน (99.44%) จัดสรรบริการสุขภาพที่เท่าเทียม ครอบคลุมทุกเพศวัย พร้อมส่งเสริมนโยบายความรู้ด้านสุขภาพ (99.36%) จัดให้มีโปรแกรมเตรียมเยาวชนเข้าสู่ตลาดงาน เช่น ฝึกงาน, ให้คำปรึกษาอาชีพ, และการเรียนรู้ทักษะใหม่ (99.36%) และส่งเสริมเด็กนอกระบบให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม (99.21%)

    นายธีระวัชรปราณีผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)กล่าวว่า การจัดรวมพลังถอดบทเรียนมีตัวแทนแกนนำกลุ่มเยาวชน YSDN 128 กลุ่ม รวม 200 คน เช่น การรณรงค์งานประเพณีปลอดเหล้าบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า การเฝ้าระวังการทำผิดกฎหมาย กิจกรรมจิตอาสาช่วยทาสีโรงเรียน จิตอาสากู้ภัย การอนุรักษ์ธรรมชาติ จัดการเล่นดนตรีกีฬา การช่วยเหลือแนะนำรุ่นน้องรุ่นพี่ เป็นต้น โดยตัวแทนที่ได้มาร่วมถอดบทเรียนได้สะท้อนพลังของเยาวชนไม่ใช่ผู้ที่เป็นเหยื่อจากปัญหา แต่เป็นผู้ร่วมมือแก้ปัญหา และได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ แต่ยังต้องการหนุนเสริมและความเข้าใจจากผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งทางเครือข่ายฯ จะนำเอาบทเรียนมาต่อยอดและสนับสนุนน้องๆ ต่อไป 

    นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลเด็กและเยาวชนต้นแบบ นักรณรงค์งดเหล้า บุหรี่ ลดปัจจัยเสี่ยง รางวัล Youth SDN Awards 2024, รางวัล Youth SDN  Idol และรางวัล ต้นกล้า YSDN” ทั้งประเภทเดี่ยวและประเภทกลุ่มจำนวน 34 คน และ ประเภทกลุ่มเด็กและเยาวชนต้นแบบ จำนวน 6 กลุ่ม เพื่อเป็นการยกย่องและให้กำลังใจแก่เยาวชนที่ได้ทำงานอย่างมุ่งมั่น ประพฤติตนดี เหมาะสม และเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านต่างๆ อีกด้วย

  • เครือข่ายงดเหล้าปลื้ม สภาเด็กและเยาวชนกาญจนบุรี เตรียมเสนอร่างสมัชชาฯ 6 ข้อ ต่อพ่อเมืองกาญจนบุรี วอนผู้ใหญ่ปกป้อง ห่วงใยเด็กและเยาวชนด้วยความจริงใจ หวั่นส่งผลกระทบในอนาคตเกิดปัญหาสังคมไม่จบ

    เครือข่ายงดเหล้าปลื้ม สภาเด็กและเยาวชนกาญจนบุรี เตรียมเสนอร่างสมัชชาฯ 6 ข้อ ต่อพ่อเมืองกาญจนบุรี วอนผู้ใหญ่ปกป้อง ห่วงใยเด็กและเยาวชนด้วยความจริงใจ หวั่นส่งผลกระทบในอนาคตเกิดปัญหาสังคมไม่จบ

    วันที่ 10 กันยายน 2567 – น.ส.ลลิตา โสมภีร์ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนฝ่ายกิจกรรมและนันทนการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สภาเด็กและเยาวชนกาญจนบุรี รวมตัวจัดทำร่างสมัชชาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2567 โดยมีการพิจารณาประเด็นปัญหาภัยจากสิ่งเสพติด กัญชา กระท่อม และการปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนและสังคมทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ออกมาเป็นมติที่จะเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ในกิจกรรมวันงานเยาวชนแห่งชาติ ปี 2567 ดังนี้ 1. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทุกระดับตรวจตราสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสถานที่เสี่ยงต่อการจำหน่ายสิ่งเสพติด เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ 

    2. ให้สถาบันการศึกษาทุกระดับ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับหน่วยงานระดับชุมชนและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจ ตรวจและติดตาม นักเรียนกลุ่มเสี่ยงใช้สิ่งเสพติด และจัดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหา อบรมให้ตระหนักถึงโทษภัยของสิ่งเสพติดให้แก่นักเรียน นักศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ 3. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทุกระดับบังคับใช้กฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าในจังหวัดกาญจนบุรีอย่างเข้มงวดเด็ดขาด ผลักดันมาตรการห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน ให้รัฐบาลหามาตรการควบคุมการซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากต่างประเทศช่องทางต่างๆ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีประกาศนโยบายจังหวัดกาญจนบุรีปลอดบุหรี่ไฟฟ้า

    4. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบให้คำปรึกษา ช่วยลดการบริโภค ช่วยเลิก บำบัดรักษา ผู้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า กระท่อม กัญชา เป็นต้น ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี 5. ให้หน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดกาญจนบุรีร่วมกันประชาสัมพันธ์ระบบร้องทุกข์ และแจ้งเหตุการละเมิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา กระท่อม โดยการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในจังหวัดกาญจนบุรีและมีระบบติดตาม แจ้งผลการดำเนินงานให้กับผู้ร้องเรียนทราบ 6. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกาญจนบุรี มีนโยบายสนับสนุนบุคลากร งบประมาณ และทรัพยากรอื่นๆ ในการเปิดพื้นที่และพัฒนากิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ลดปัญหา ยาเสพติด และเป็นการพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชนและครอบครัวร่วมกัน

    “ร่างสมัชชาครั้งนี้ เกิดจากข้อกังวลและความห่วงใยในปัญหาที่เกิดจากสิ่งเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากเด็กๆ มีมือถือสามารถเข้าถึงโซเชียลมีเดีย และสื่อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะโฆษณาเหล้า บุหรี่ไฟฟ้า อีกทั้งยังสามารถซื้อ ขายผ่านออนไลน์ง่ายขึ้นด้วย เป็นประตูที่จะทำให้ก้าวข้ามไปถึงสิ่งเสพติดอื่นๆได้ง่าย ยิ่งขณะนี้กำลังมีการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงคิดว่าควรนำประเด็นนี้มาร่วมกันคิด วางแผน นำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง ปรับให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน วอนผู้ใหญ่ ทุกหน่วยงานออกมาช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความปลอดภัย ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เป็นพิษภัยเป็นอุปสรรคต่ออนาคตเด็กไทย” น.ส.ลลิตา กล่าว 

    นายนนทพัทธ์ บุญศรี แกนนำสภาเด็กและเยาวชน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันก็เห็นกันอยู่ ข่าวก็มีแต่เรื่องเมาแล้วตีกัน เกิดความรุนแรงกับพ่อ-แม่ก็มี การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ส่งผลดีเลย จริงๆแล้วมันส่งผลเสียทุกด้านเลยครับ ส่งผลกระทบต่อสมอง เยาวชนควรจะเติบโตเพื่อไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคม อีกทั้งยังส่งผลกระทบด้านสุขภาพอีกด้วย กิจกรรมเยาวชนอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ออกมาช่วยขับเคลื่อน จากกลุ่มเล็กๆ ขยายผลสู่แนวทางของหน่วยงานระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ช่วยกันรณรงค์ สร้างค่านิยมใหม่ และเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือ ช่วยกันลดผลกระทบในสังคม  สำหรับด้านกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เราก็ควรปฏิบัติตาม ผู้ที่ช่วยกันร่างกฎหมายขึ้นก็คงคิดดีแล้ว หากจะแก้ไขมันควรที่จะครอบคลุม รัดกุมมากขึ้น อย่าให้กลายเป็นเพิ่มช่องโหว่หรือมีจุดบกพร่อง เปิดโอกาสให้เข้าถึง หรือเอื้อต่อบางสิ่ง มันอาจทำให้อนาคตของเยาวชน สังคมชาติแย่ลงก็ได้

    ด้าน นายณัฐวุฒิ พัดชื่น อดีตประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า การดื่มเหล้าทำให้ขาดสติ หากมีการขับรถก็เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทำให้ผู้ที่ไม่ดื่มต้องรับผลกระทบทั้งร่างกาย และทรัพย์สินไปด้วย ดังนั้นเราจึงต้องออกมาช่วยกันเฝ้าระวัง และเรียกร้องให้มีมาตรการควบคุม ดูแลอย่างรัดกุม เพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้วไม่มีใครออกมาร่วมรับผิดชอบต่อเหยื่อ ให้ต้องเผชิญชะตากรรม ดังนั้นในส่วนนี้มองว่า ผู้ผลิต จำหน่ายต้องออกมายืดอกแบกความรับผิดชอบ โดยตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ตนเชื่อว่าสามารถทำได้  

    ขณะที่ นายจักรกฤษณ์ สมศรี ที่ปรึกษาสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า  จากการทำงานด้านเด็กเยาวชนมามากกว่า 10 ปี โดยร่วมกับเครือข่ายงดเหล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำให้เข้าใจว่า เด็กเยาวนชอยู่ในวัยที่อยากรู้ อยากลอง จึงได้มีแนวคิดหลอมรวมเยาวชน จังหวัดกาญจนบุรี ให้เริ่มต้นทำกิจกรรมเล็กๆ ที่เขาชอบเพื่อดึงความสนใจออกจากปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย เช่น จัดเป็นดนตรี กีฬา กิจกรรมค่ายจิตอาสา การเข้ากลุ่มได้เจอเพื่อนใหม่ๆ มีการแสดงออกร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาตัวเอง มีภาวะผู้นำ มีความรับผิดชอบ ช่วยเหลือกันในการทำงานหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ อีกทั้งพฤติกรรมของคนใกล้ตัวเด็กก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ให้เด้กได้ซึมซับสิ่งดีๆ ถ้าสังคม สิ่งแวดล้อมดี ก็เป็นเบ้าหลอมที่ดีสำหรับเด็กเยาวชน สู่อนาคตที่ดีต่อไป

  • MOU ขับเคลื่อนชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ ตำบลหนองหว้า สานต่อนโยบายสาธารณะจังหวัดหนองบัวลำภู

    MOU ขับเคลื่อนชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ ตำบลหนองหว้า สานต่อนโยบายสาธารณะจังหวัดหนองบัวลำภู

    หนองบัวลำภู สานต่อนโยบายสาธารณะ ขับเคลื่อนการดำเนินงานลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด เพื่อลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน โดยได้ดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐

    จากการที่ได้มีการบันทึกข้อตกลงเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 โดย มีนายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมกับ 21 หน่วยงาน 6 อำเภอ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานควบคุมเหล้าบุหรี่จังหวัดหนองบัวลำภู ดำเนินงานโดยผ่านกลไกคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดหนองบัวลำภู ให้เกิดเป็นนโยบายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพประชาชน ภายใต้ 5 มาตรการ คือ

    1. ขับเคลื่อนกลไกการดำเนินงานควบคุมระดับจังหวัด

    2. ให้มีการบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่

    3. เพื่อป้องกันนักสูบนักดื่ม นักดื่มหน้าใหม่

    4. เพื่อการบำบัด รักษา การช่วยเลิกสูบบุหรี่และเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    5. สร้างมาตรการทำให้ชุมชนปลอดเหล้าบุหรี่

    จากนโยบายจังหวัด สู่กระบวนการดำเนินงานในระดับพื้นที่ โดย ตำบลหนองหว้า อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ภาคี ชุมชน สถานศึกษา และวัด ได้มีการวางแผนดำเนินงานขับเคลื่อนชุมชนปลอดเหล้า บุหรี่ แบบบูรณาการร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “ชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี ่ สู่ชุมชนที่น่าอยู่” จึงเป็นที่มาของการลงนามบันทึกข้อตกลง(MOU) ในวันที่ 25 กันยายน 2567 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำบลหนองว้า อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู นอกจากนี้ยังมีการแถลงข่าวการบันทึกข้อตกลง ระหว่างหน่วยงานหลักที่ร่วมดำเนินงานในพื้ืนที่และลงนาม ซึ่งทุกฝ่ายจะร่วมมือกันดำเนินการส่งเสริม และสนับสนุน กิจกรรมชุมชนปลอดเหล้า บุหรี่ ในพื้นที่ตำบลหนองหว้า โดยมีขอบเขตความร่วมมือ ดังนี้

    องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหว้า

    1. ผลักดันให้เกิดนโยบายและมาตรการในการควบคุมการบริโภคเหล้า บุหรี่ ในพื้นที่
    2. สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมรณรงค์ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
      โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองหว้าน้อย
    3. สนับสนุนและให้ความร่วมมือการควบคุมการบริโภคเหล้า บุหรี่ ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
    4. คัดกรองการบริโภคเหล้า บุหรี่ ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป
    5. ให้คำแนะนำ/คำปรึกษาเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกดื่ม เลิกสูบ

    สถานศึกษา (โรงเรียนบ้านเพ็กเฟื้อยห้วยเตย)

    1. ประกาศนโยบายจัดให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดเหล้า บุหรี่ ตามกฎหมาย
    2. กำกับ ดูแล และเฝ้าระวังไม่ให้มีการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ในบริเวณสถานศึกษา
    3. สนับสนุนให้มีการให้ความรู้และจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการไม่ดื่ม ไม่สูบในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง
      สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา (วัดพัชรกิติยาภาราม)
    4. ประกาศนโยบายให้ศาสนสถาน เป็นเขตปลอดเหล้า บุหรี่ ตามกฎหมาย
    5. กำกับดูแล และเฝ้าระวังไม่ให้มีการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ในบริเวณศาสนสถาน
    6. ให้ความรู้ประชาชนให้ความตระหนักถึงอันตรายของการบริโภค เหล้า บุหรี่ ตามวาระและโอกาสต่างๆ

    ผู้นำชุมชน

    1. สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมรณรงค์ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
    2. ให้ความรู้ประชาชนให้ความตระหนักถึงอันตรายของการบริโภค เหล้า บุหรี่ และข้อกฎหมาย
      ที่ประชาชนพึงทราบผ่านหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน
      สถานประกอบการร้านค้า
    3. ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เน้นไม่จำหน่าย เหล้า ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
      รวมถึงบุคลที่มีอาการมึนเมาครองสติไม่ได้ และในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
    4. ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด เน้นไม่จำหน่าย บุหรี่ ให้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
      และไม่ให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีจำหน่ายบุหรี่ รวมถึงไม่มีการแบ่งขายบุหรี่มวน

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู

    1. สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมรณรงค์ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ รวมถึงร่วมรณรงค์ไม่ดื่ม ไม่สูบในพื้นที่
    2. นำเสนอข่าวสารและกิจกรรมในการรณรงค์เพื่อการไม่ดื่ม ไม่สูบอย่างต่อเนื่อง

    จากน้ั้น หน่วยงานที่ร่วมลงนามได้มีการร่วมแถลงข่าวความร่วมมือบันทึกข้อตกลง ภายใต้หัวข้อนโยบายหรือการเคลื่อนงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และแนวทางการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานในตำบลหนองหว้า และในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนางเขมณัฏฐ์ บุรินนิตย์ ปลัดอำเภอเมืองหนองบัวลำภู นายประวิตร ศรีบุญรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู นายวิเชียร วงสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหว้า นางสาวจุฑามาศ จิเจริญ ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู นางสาวภาลินี ปัญนาวีภัช ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู นางณัฏฐ์ภรณ์ กงวงษ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหนองบัวลำภู และ นางวรลักษณ์ พูดเพราะ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    นอกจากนี้ ยังได้มีการกล่าวคำปฏิญานตนร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานที่เข้าร่วมลงนาม ผู้นำชุมชน และชุมชนตำบลหนองหว้า กว่า 80 คน เขียนคำปฏิญานตน ถวายแด่พระ เจ้าอาวาสวัดพัชรกิติภาราม เพื่อเป็นการประกาศความตั้งใจและตั้งมั่นที่จะปฏิบัติตามคำปฏิญาน


    ภาพ : ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู

    ข่าว : นาฎชฎา แจ้งพรมมา เจ้าหน้าที่แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายองค์กรงดหล้าภาคอีสานตอนบน