Category: SDN News

  • เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กาชาดดอกฝ้ายบานฯปลอดเหล้า และหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย

    เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กาชาดดอกฝ้ายบานฯปลอดเหล้า และหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย

    วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุมภูหลวง ศาลากลางจังหวัดเลย เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนงานกาชาดดอกฝ้ายบานฯปลอดเหล้าปลอดภัยและหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ(MOU)จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย

    นายไพรัช ลิ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียนงานกาชาดดอกฝ้ายบาน สืบสานวัฒนธรรมไทเลย ปลอดเหล้าปลอดภัยและหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ(MOU) จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย โดยมีคณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดและคณะทำงานตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดเลย ที่ ๔๒๖๕/๒๕๖๗ เรื่อง “แต่งตั้งคณะทำงานจังหวัดที่น่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ” ได้แก่ สนง.ป้องกันจังหวัด สนง.พัฒนาสังคมและความเป็นมนุษย์ /บ้านพักเด็ก สถานพินิจคุ้มครองเด็ก ตำรวจภูธรจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด สพม.เลย-หนองบัว สพป.เขต3 ปลัดอำเภอเชียงคาน ปลัดอำเภอเมืองเลย สภาผู้สูงอายุ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานบน ประชาคมงดเหล้าจังหวัดเลย แกนนำเยาวชน YSDN เข้าร่วมเวทีในครั้งนี้

    ในเวทีมีการคืนข้อมูลสถานการณ์การขับเคลื่อนงานด้านกฏหมาย ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับเทศ โดยมีประเด็นที่น่าห่วงใย คือการปลดล็อคอนุญาติให้ขายเหล้าในวันพระ การผ่อนปรนจังหวัด 5 จังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง และการปลดล็อคสถานที่สาธารณะเช่น สนามบิน สโมสร สถานที่ราชการบางรายการให้สามารถดื่มและจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นความห่วงใยของภาคประชาสังคมที่เกรงจะเกิดผลกระทบโดยเฉพาะการเข้าถึงของเด็กเยาวชนที่ง่ายขึ้น จึงมีการยื่นข้อเสนอต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเสนอข้อห่วงใยต่อนโยบายของรัฐ รวมทั้งในเวทีมีการถอดบทเรียน ผลลัพท์การดำเนินงาน ปัจจัยความสำเร็จที่เกิดขึ้นในการดำเนินงานตลอด 10 ปีที่ผ่านมา พร้อมเสนอแนวทางการพัฒนาและยกระดับ

    นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเพื่อยกระดับการทำงานด้านนโยบายสาธารณะ โดยจังหวัดเลยเป็น 1 ใน 35 จังหวัดนำร่อง ดำเนินงานด้านพัฒนานโยบายสาธารณะทั้งในส่วนของงานบุญประเพณี งานเทศกาลสำคัญปลอดเหล้า งานด้านเด็กเยาวชน งานชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง งานลดอุบัตุเหตุทางท้องถนน งานข้อมูลงานสื่อสารสาธารณะ โดยมีการจัดทำบันทึกข้อตกลง 2 ฉบับได้แก่ นโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัยจังหวัดเลย 40 หน่วยงาน ในปี พ.ศ. 2563 และบันทึกข้อตกลง(MOU)งานบุญประเพณีปลอดเหล้า ขับขี่ปลอดภัยจังหวัดเลย ปี 2566 คณะทำงานจึงเสนอให้มีการยกระดับการดำเนินนโยบายเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน เนื่องจากสถานการณ์การเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงในเด็กเยาวชนจังหวัดเลยนั้นมีสถิติค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีข้อกังวลเรื่องสถานการณ์ใหม่ เช่น การเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ปลดล็อคกระท่อม กัญชา จึงเป็นที่มาของการหารือเพื่อยกร่าง “นโยบายปกป้องเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย ” โดยใช้กลไกประกาศคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน 7 มิติ ขับเคลื่อนวาระจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นการดำเนินงานระหว่างภาคีเครือข่ายระดับจังหวัด ร่วมกับแผนงานประชาคมงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะจังหวัดปลอดเหล้าปลอดภัย แผนงานปลูกพลังบวกสร้างจิตสำนึกและภูมิคุ้มกันสำหรับเด็กปฐมวัย

    นายไพรัช ลิ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวถึงการดำเนินงานในจังหวัดเลย ที่ผ่านมามีการบูรณาการหลายภาคส่วนเพื่อลดอุบัติเหตุ รวมทั้งควบคุมพื้นที่ ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี ลดค่าใช้จ่าย เร่งแก้ปัญหาครัวเรือน เน้นความมั่นคง ส่วนในมิติสุขภาพ ชวนออกแบบการแก้ปัญหาผ่านการตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้เด็กและผู้ใหญ่สามารถใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย เสริมทักษะและประสบการณ์ที่ดีในการใช้ชีวิต มิติการบังคับใช้กฏหมาย ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น และยังห่วงใยในสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าที่เด็กเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย จึงจำเป็นต้องออกมาตราการที่เข้มข้น เฝ้าระวังบังคับใช้กฏหมาย บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาคี โดยมีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดต่าง ๆ เพื่อรับผิดชอบพร้องทั้งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดเลย

  • “หมออุดมศักดิ์”ชี้งานวิจัยยัน“ธุรกิจน้ำเมา”หวังแค่รายได้ ไม่สนผลกระทบ ด้าน ครปอ.ปูด 4 มี.ค.เร่งแก้ไข กม.เอาใจนายทุน

    “หมออุดมศักดิ์”ชี้งานวิจัยยัน“ธุรกิจน้ำเมา”หวังแค่รายได้ ไม่สนผลกระทบ ด้าน ครปอ.ปูด 4 มี.ค.เร่งแก้ไข กม.เอาใจนายทุน

    วันนี้(3 มี.ค.)ภาคีป้องกันและลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง “รัฐบาลเร่งปลดล็อกขายสุรา เพื่อผลประโยชน์ธุรกิจอยู่เหนือธรรมาภิบาล หรือไม่ ? แต่คนไทยหวั่นใจตายเจ็บเพิ่ม” พร้อมเปิดคลิปข่าว “ย้อนคดีน้องแก้ม ฆ่าข่มขืนเด็กหญิง 13 ทิ้งร่างจากรถไฟ” ที่ผลิตและเผยแพร่โดยเพจอีจัน เพื่อย้ำเตือนถึงความสูญเสียครั้งสำคัญ ณ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพ

    รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า การแทรกแซงนโยบายของภาครัฐของธุรกิจแอลกอฮอล์เป็นรับรู้กันโดยทั่วไปในวงการวิชาการด้านสุขภาพ อ้างอิงจากการทบทวนรายงาน 20 ฉบับทั่วโลก พบว่า ธุรกิจมุ่งรักษาผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่าสนับสนุนมาตรการลดผลกระทบของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดย 1.ชี้นำสังคมไปยังปัญหาบางด้านเช่น ดื่มแล้วขับ การดื่มในเยาวชน ทำให้สังคมไม่ได้สนใจปัญหาอื่นเช่น ความรุนแรงในครอบครัว การก่อโรคทางกาย และสุขภาพจิต 2.เน้นเป็นความรับผิดชอบของคนดื่มมากกว่าผลกระทบของแอลกอฮอล์ในฐานะสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้เกิดการมองข้ามความรับผิดชอบของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย 3.สนับสนุนมาตรการปัจเจก เช่นรณรงค์ให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ แต่ไม่สนับสนุนนโยบายลดการบริโภค เช่น การจำกัดเวลา สถานที่จำหน่าย ควบคุมการตลาด 4. กลยุทธ์แทรกแซงนโยบาย เช่น เผยแพร่แนวคิดผ่านองค์กรการค้า การจัดองค์กรหน้าฉาก (ที่ให้ภาพเป็นกลาง) ใช้บริษัทที่ปรึกษาและสนับสนุนทุนไปยัง think tanks เพื่อทำรายงานที่สอดคล้องกับแนวคิดของธุรกิจ โดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัยที่มีระเบียบวิธีไม่ซับซ้อน (งานวิจัยไม่ใช่งานวิจัยคุณภาพสูง) สร้างความสัมพันธ์กับผู้กำหนดนโยบายและนักการเมืองผ่านการสนับสนุนเงินและการให้ข้อมูลจากรายงานที่จัดทำโดยบริษัทที่ปรึกษาและ think tanks

    รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนลักษณะการเคลื่อนไหวในไทย จะแตกต่างกันตาม 3 กลุ่มหลักในตลาด คือ 1.ทุนใหญ่ในประเทศ มักเคลื่อนไหวทางสาธารณะน้อยเพราะชินชินกับการทำธุรกิจภายใต้กฎหมายเดิมและการเมืองไทย และข้อกฎหมายบางประการก็อาจเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มนี้ 2. ธุรกิจรายเล็ก จะเคลื่อนไหวทางสาธารณะมากกว่า มีความผูกพันกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ต้องการแก้ไขกฎหมายเอื้อประโยชน์ต่อรายใหญ่ และ 3.ทุนใหญ่ข้ามชาติ ใช้วิธีการล็อบบี้ และมักทำงานร่วมกับธุรกิจในประเทศ ผลักดันนโยบายที่เอื้อประโยชน์ต่อการขยายตลาด เช่น สนับสนุนมูลนิธิเพื่อขับเคลื่อนแคมเปญตามแนวทางของธุรกิจ การเรียกร้องผ่านองค์กรการค้า การสนับสนุนจากรัฐบาลของประเทศแม่ของทุนข้ามชาติ ร่วมกำหนดนโยบายผ่านการร่วมมือกับ think tanks ภายในประเทศ

    “ลักษณะเช่นนี้ ตนมองว่า ทุนใหญ่ในประเทศ อาจพอใจกับสถานะปัจจุบันที่ยังคงรักษาความเป็นเจ้าตลาดอยู่ได้ ส่วนธุรกิจรายเล็ก ต้องการเติบโตโดยการผลักดันให้มีการยกเลิกหรือปรับแก้กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการ ขยายธุรกิจของตน ขณะที่ทุนใหญ่ข้ามชาติ ต้องการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดโดยสนับสนุนการลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย การลดความเข้มข้นของกฎหมายควบคุม น่าจะเพิ่มการแข่งขันในตลาดซึ่งกระทบกับทุนใหญ่ในประเทศ แต่ก็ช่วยให้สามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นเช่นกัน บทเรียนจากต่างประเทศพบว่า ในระยะยาวธุรกิจรายเล็กที่มีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น มักถูกเทคโอเวอร์โดยทุนใหญ่ นอกจากนี้ กำแพงภาษีที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเก็บกับประเทศตะวันตกจะมีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ด้วยและอาจเป็นเหตุให้ต้องขยายตลาดไปยังประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งตนอยากให้มองว่าปัจจุบันตัวเองสามารถเห็นร้านเหล้า หรือซื้อได้ง่ายหรือไม่ ก็จะตอบได้ว่ามาตรการที่มีอยู่ในตอนนี้แย่จนต้องแก้ไขยกเลิก หรือเป็นการควบคุมในระดับที่เหมาะสมพอประมาณอยู่แล้ว” รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว

    ด้าน อาจารย์คมสัน โพธิ์คง นักกฎหมายมหาชน กล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้จะมีการดื่มอย่างแพร่หลายทั่วโลกก็ตาม แต่สภาพความเป็นจริงและการศึกษาทั้งหลายยืนยันว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ดื่ม ทำให้เกิดโรคร้ายแรง และยังขาดสติก่อเหตุกระทบกับผู้ที่ไม่ได้ดื่ม เช่น อุบัติเหตุ อาชญากรรม ดังนั้นกฎหมายนี้จึงออกมาเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะถือว่าไม่ใช้สินค้าที่ปลอดภัยนัก แต่ในทางปฏิบัติอาจมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ต้องใช้คนจากหลายหน่วยงานจึงทำให้บังคับใช้กฎหมายไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะกลุ่มผู้ขายมีการสร้างสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานของรัฐ นอกจากนี้ยังพบความพยายามหาช่องว่างเลี่ยงกฎหมาย บางครั้งก็ยอมทำผิดแบบดื้อๆ เพราะโทษไม่หนัก ขณะที่คนดื่มก็มองการฝ่าฝืนกฎหมายเป็นเรื่องปกติ อ้างดื่มเพื่อเข้าสังคม สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความวุ่นวายในการบังคับใช้กฎหมายพอสมควร

    อาจารย์คมสัน กล่าวต่อว่า สำหรับการแก้กฎหมายครั้งนี้ที่มีความพยายามทำให้การควบคุมอ่อนลง ก็ต้องบอกว่าเป็นปัญหาของนักการเมือง สส.บางส่วนมีการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง กับการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ ร้านอาหาร ร้านเหล้า ซึ่งธุรกิจแอลกอฮอล์ก็พยายามเข้าไปอยู่ข้างหลังบรรดาสส.เหล่านี้ เพื่อแก้กฎหมายให้มีความสะดวกในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น โดยไม่คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับสังคม จึงพยายามที่จะลดโทนในการบังคับใช้กฎหมายไปเรื่อยๆ บางเรื่องพยายามจะตัดออกให้ได้ ดังนั้นในแง่หลักการกฎหมายที่จะทำขึ้นใหม่ จะเป็นการเอื้อผู้ประกอบการมากขึ้น ข้ออ้าง ว่าจะทำให้เกิดรายได้มหาศาลนั้นแต่ กลับไม่เคยเอามาเปรียบเทียบกับเงินที่รัฐจะต้องจ่ายในการดูแลรักษาผู้เจ็บป่วย ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ถึงจะมีตัวเลขผลกระทบออกมาชัดเจนแต่รัฐก็ไม่มอง มองแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ส่วนภาพการมอบหมายไปศึกษา ผลดีผลเสียก่อนนั้นเป็นเพียงพิธีกรรม พูดเพื่อให้เรื่องเงียบ แต่ในใจลึกๆ ก็หาช่องที่จะเอาเรื่องนั้นให้ได้ นอกจากจะมีผลการศึกษาออกมาแล้วมันเดินไปไม่ได้แล้วจริงๆ พวกนี้ถึงจะยอมหยุด

    ​“สังเกตไหมว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะบรรดากลุ่มธุรกิจสามารถเข้าไปแทรกแซง นักการเมืองได้ สามารถใช้ประโยชน์จากพวกนี้ได้ การอ้างประชาธิปไตยเป็นของประชาชน อ้างว่าประชาชนต้องการแบบนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ประชาชนต้องการจริงไหม หรือแค่ประชาชนคนไหนที่ต้องการเรื่องแบบนี้ แต่คนที่ได้รับผลกระทบเขาไม่เอา พวกนี้ไม่เคยเข้าถึงจิตใจคนที่ได้รับผลกระทบเลย เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลหยุดลการส่งเสริมการดื่มแอลกอฮอล์ กลับสู่จุดเดิมคือการควบคุมที่เหมาะสม กำกับให้มีการบริโภคแบบไม่ให้เกิดปัญหาต่อสังคมโดยรวม ไม่เป็นภาระกับรัฐ” ผศ.ดร.คมสัน กล่าว

    ด้านนายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ตนทราบมาว่าในวันพรุ่งนี้ คือ 4 มีนาคม 2568 จะมีการประชุมกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ เพื่อเดินหน้าให้มีการแก้ไขอนุบัญญัติ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ให้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร ในการให้ศึกษาการปลดล็อคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น ยกเลิกการห้ามขายวันพระใหญ่ ยกเลิกเวลาห้ามขายช่วง 14.00-17.00 น. และยกเลิกการห้ามขายออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ธุรกิจแอลกอฮอล์ ร้านเหล้าผับบาร์ เสนอต่อรัฐบาลมาตลอด เครือข่ายเห็นถึงความรีบเร่งและขาดความรอบคอบ เป็นการเอาใจกลุ่มธุรกิจมากเกินไป ต่างจากในอดีตที่เครือข่ายไปขอเข้าพบ ขอยื่นข้อเสนอ เราก็ไม่เคยได้เข้าถึงในทำเนียบรัฐบาล มีเพียงตัวแทนมารับเรื่องที่ศูนย์บริการประชาชน แต่พอเป็นกลุ่มธุรกิจรัฐบาลกลับเปิดทำเนียบให้เข้าไปพบปะหารือ ดูแลเป็นอย่างดี หนำซ้ำในวันรุ่งขึ้นนายกก็มีการแถลงข่าวรับลูก และสั่งการอย่างรวดเร็ว ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับเครือข่ายที่ทำงานอยู่กับความเป็นความตาย ความเจ็บป่วยของคน มิได้มีประโยชน์ใดๆแอบแฝง ก็ได้แต่หวังว่าในการประชุมของกรรมการนโยบายฯพรุ่งนี้ จะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เป็นธรรม ไม่เอาใจธุรกิจจนหลงลืมความสูญเสีย ความเจ็บป่วย ความตายของประชาชน และต้องไม่ลืมว่าข้อสั่งการให้มีการศึกษานะ ไม่ใช่ให้แก้ทุกอย่างเพื่อเอาใจนายทุน นักธุรกิจ

  • ปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัย อำเภอโนนสัง

    ปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัย อำเภอโนนสัง

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าหนองบัวลำภู โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะใหม่ (Up-skill) และกระบวนการพัฒนา หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Re-skill) แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการปลูกพลังบวก เพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีสำหรับเด็กปฐมวัย ระหว่างวันที่ 25-26 มกราคม 2568 ณ ห้องประชุมโรงเรียนโนนสังพิทยาคม อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู

    พิธีเปิด โดย นายคเณศวร โครตทา สาธารณสุขอำเภอโนนสัง รับมอบหมายจากนายอำเภอโนนสัง กล่าวรายงาน โดย นางวิริยา แก่นปัดชา หัวหน้าศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู ทีมวิทยากรจัดกระบวนการการเรียนรู้นำโดย น.ส. จริญญา ไทยแท้ รองประธานคณะทำงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือโครงการปลูกพลังบวก ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย

    1. การทบทวนพร้อมชี้แจงและทำความเข้าใจโครงการฯ แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูปฐมวัย และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

    2. ถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมวิเคราะห์ SWOT ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมและแผนการเรียนรู้ของโครงการปลูกพลังบวกฯ ลงสู่สถานศึกษา

    3. วิเคราะห์จุดแข็ง/จุดอ่อน/ปัญหา/อุปสรรคของการจัดกิจกรรม

    4. สรุปสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าและแอลกอฮอล์ โดยคุณ วรลักษณ์ พูดเพราะ ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    5. ฝึกปฏิบัติกรณีศึกษา (Case study)

    โดยกิจกรรมในครั้งนี้มี เป้าประสงค์ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับเด็กปฐมวัยทั้งในสถานศึกษาและนอกระบบสถานศึกษา

    มุ่งเน้นเด็กปฐมวัย อายุระหว่าง 2-6 ปี ให้มีทักษะชีวิต ส่งเสริมความรอบรู้และการพัฒนากิจกรรมปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยง(เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติด) เป็นภูมิคุ้มกันร่วมกับครูปฐมวัย ผู้บริหารสถานศึกษา สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน รวมทั้งองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัย(Health Literacy childhood) มีผู้เข้าร่วมจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คณะผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะทำงานตามประกาศคำสั่งแต่งตั้งระดับอำเภอจำนวน 50 คน


    ภาพ/ข่าว เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดหนองบัวลำภู

  • ภาคส่วนต่างๆ ร่วมเสวนาข้อความห่วงใยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

    ภาคส่วนต่างๆ ร่วมเสวนาข้อความห่วงใยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

    ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมเสวนาข้อความห่วงใยกับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในจังหวัดร้อยเอ็ดหน่วยงานใน จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดเวทีเสวนาข้อห่วงใยต่อเด็กและเยาวชน กับการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ในจังหวัดร้อยเอ็ด

    ในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุม ลีลาวดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด โดยมีผู้แทนเด็กและเยาวชนจังหวัด ร้อยเอ็ด เครือข่ายส่วนราชการ ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เข้าร่วมเวทีเสวนา กว่า 60 คนในเวทีเสวนาครั้งนี้ เครือข่ายเยาวชน สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ เพื่อยื่นข้อเสนอให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อช่วยผลักดันข้อเสนอ เป็นนโยบายผ่านระบบ รัฐสภา 1 ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนต่อการมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอกฎหมาย ตลอดจนร่วมออก บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องภายได้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้รัฐบาลไทยได้รับฟังเสียงเด็กเยาวชนเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน ด้วยนโยบายกฎหมายที่เข็มแข็งจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งมีข้อเสนอนโยบายสาธารณะ ใน 5 เรื่องสำคัญ

    ได้แก่

    1. ยืนหยัดและควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งกำหนดข้อกฎหมายที่มีการบังคับใช้อย่างจริงจังให้มากขึ้น

    2. มีนโยบายส่งเสริมด้านสุขภาพจิตในเด็กเยาวชนที่ชัดเจน เพื่อลดผลกระทบจากการใช้ชีวิต การเลี้ยง ดู ระบบการศึกษา ค่านิยมสังคม ฯลฯ จนเกิดปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

    3. ควรส่งเสริมให้เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อร่วมป้องกันปัญหายาเสพติดและ พนันออนไลน์

    4. กำหนดให้มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรมสร้างสรรค์ ที่ปลอดภัยจาก ปัจจัยเสี่ยง โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

    5. เพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ให้ เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้มีตัวแทนจากเยาวชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดด้วย

    ทั้งนี้ นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เราต้อง ร่วมมือกันปกป้องเด็กและเยาวชน ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่เขา โดยเฉพาะการ ควบคุม และป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาทิเช่น บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น นอกจากนี้ ควรมีการร่วมมือกันเพื่อลดพื้นที่เสี่ยงที่เอื้อให้เด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งในพื้นที่ ทุกอำเภอ และในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงงานบุญประเพณีเทศกาลต่างๆ ในจังหวัด ร้อยเอ็ดด้วย ในนามองค์กรที่มีการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงในจังหวัดร้อยเอ็ด และผลักดันให้เกิดความร่วมมือและหนุนเสริมกิจกรรม อยากเห็นจังหวัดร้อยเอ็ด มีนโยบายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมให้เด็กของเราเติบโตอย่างมี คุณภาพ ทำงานในเชิงรุกซึ่งจะมีการทำงานที่หลากหลาย สำรวจปัญหา ร่วมกันออกแบบมาตรการแก้ไขและ ร่วมกันดำเนินงานอย่างเข้มข้นต่อไป

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน,เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด

  • อำเภอหนองเรือ ขอนแก่น MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    อำเภอหนองเรือ ขอนแก่น MOU ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ)

    วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เทศบาลตำบลหนองแก ร่วมกับอำเภอหนองเรือ และเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดขอนแก่น จัดเวทีประกาศเกียรติคุณ บุคคลและองค์กร สนับสนุนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดขอนแก่น ปี 2567 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ) ณ หอประชุมเทศบาลตำบลหนองแก อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น

    โดย  มีนายเกียงศักดิ์  วิริยอาชา  นายกเทศมนตรีตำบลหนองแก ตัวแทนคณะผู้ดำเนินงาน และผู้เข้าร่วมกิจกรรม เวทีประกาศเกียรติคุณ บุคคลและองค์กร สนับสนุนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัดขอนแก่น ปี 2567 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ) กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ต่อ นายทวิช  พิมพะ  นายอำเภอหนองเรือ ในเวทีประกอบไปด้วย 2 กิจกรรม คือ

    1. เวทีประกาศเกียรติคุณ บุคคลและองค์กร สนับสนุนงานรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาจังหวัด มอบเกียรติบัตรให้กับคน “คนหัวใจหิน” งดเหล้าครบพรรษา และร้านค้าต้นแบบ ปฏิบัติตามกฎหมาย และหน่วยงาน อปท. ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในอำเภอหนองเรือ

    2. พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลง  “ว่าด้วยการสนับสนุนนโยบายสาธารณะอำเภอต้นแบบลดปัจจัยเสี่ยง (อำเภอหนองเรือ) งานเข้าพรรษา งานบุญประเพณี ปลอดเหล้า-บุหรี่ ลดปัจจัยเสี่ยง เพิ่มกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ สำหรับเด็กเยาวชน และครอบครัว” 

    นายทวิช  พิมพะ  นายอำเภอหนองเรือ กล่าวว่า

    “ปัจจุบันนี้มีการดื่มเพิ่มขึ้นมากจริงๆ ตามสถิติที่มีากรรายงานของหน่วยงานต่างๆ และอำเภอหนองเรือเอง จากข้อมูลเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่อำเภอหนองเรือ ทั้งถนนเส้นหลักและเส้นรอง พบว่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงมาก ตั้งแต่ต้นปี จนถึงตอนนี้ นับรวม 10 ราย และส่วนมากมาจากเมา/ดื่มแล้วขับ ผมอยากให้ทุกหน่วยงาน ผู้นำ ขยายผลการดำเนินงานในชุมชน ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น จริงจัง เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น ในส่วนของคนที่ตั้งใจลด ละ เลิก แม้มันจะยาก แต่เชื่อว่าหากมีใจที่เข้มแข็งทำได้แน่นอน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองและได้ออกมาร่วมกันทำสิ่งดีๆ เพื่อชุมชน เป็นคนต้นแบบ แบบอย่างที่ดีของชุมชน ขอบคุณเครือข่ายงดเหล้าที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมดีๆ แบบนี้”


    ภาพ/ข่าว ; เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • หนองบัวลำภู จัดเวทีเสวนารับฟังความห่วงใยต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก และเยาวชน

    หนองบัวลำภู จัดเวทีเสวนารับฟังความห่วงใยต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก และเยาวชน

    เสวนารับฟังความห่วงใยต่อปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดในกลุ่มเด็ก และเยาวชน

    เครือข่ายงดเหล้าหนองบัวลำภู จัดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นและเสนอข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ในกลุ่มเด็กเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู

    วันที่ 17 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมกาบแก้วบัวบาน โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร นายศศิน พัฒนภิรมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู มอบหมายให้นายประยูร อรัญรุท ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานเปิดเวทีเสวนารับฟังความคิดเห็นและเสนอข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ในกลุ่มเด็กเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีผู้ร่วมเวทีเสวนาประกอบด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด ผอ.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด มีนายสุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ นายกสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

    เวทีเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นโดย ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าหนองบัวลำภู มีการพูดคุยและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการจัดระเบียบสังคมเพื่อควบคุมการเข้าถึงเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเสพติดของเด็กและเยาวชนในสถานบันเทิง สถานประกอบการ ปัจจัยเสี่ยงในสถานศึกษา แนวทางการดำเนินงานป้องกันปัจจัยเสี่ยง สถานการณ์การคุมประพฤติผู้กระทำผิดกฎหมายที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ แนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ในจังหวัดหนองบัวลำภู ตระหนักถึงโทษภัยของเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และสิ่งเสพติด มีนักเรียนแกนนำเข้าร่วมรับฟังและแสดงข้อคิดเห็น

    ดร.ประยูร อรัญรุท ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า

    การป้องกันความเสี่ยงจาก เหล้า บุหรี่ มีการปฏิบัติงานมายาวนา เป็นเรื่อง ที่มีดำเนินการเพื่อให้ลด ละ เลิก แต่การทำต่อเนื่องอาจจะยังไม่มากพอให้เกิดแรงกระเพื่อม แต่ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามสภาพสังคม ปัญหาต่างๆ นี้เป็นปัญหาหลัก ในพื้นที่หนองบัวลำภู และสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของปัญหาความรุนแรงของสังคม  เช่น ดื่มสุรามึนเมาทำร่ายร่างกายคนในบ้าน คนเสพยา ทำร้าย ฆ่าพ่อแม่ เป็นปัญหาสังคมที่หนักจริงๆ จะทำยังไงให้เกิดภาพการแก้ไของค์รวมของจังหวัด เพื่อลดการเกิดเหตุ และการก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ด้วย

    ในส่วนของจังหวัด มีการรณรงค์ อุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ สถิติที่เกิดเหตุ อันดับ 1 สาเหตุมาจากการดื่มสุรา เป็นปัญหา ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และสังคมโดยรวม ยิ่งถ้าเด็กใช้มันเร็ว ในวัยเยาวชน มันก็จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว แต่จะเกิดผลเร็วขึ้น

    ศึกษาธิการจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า

    ”ควรคำนึงถึงการให้ความรู้ การพัฒนา มากกว่าการเพิ่มจำนวน ยิ่งบุหรี่ไฟฟ้า และเหล้า สำหรับเยาวชน เป็นปัญหาหลักที่มีเยอะมาก ถ้าหากจะมีการเปิดเสรี คิดดูดีๆ ท่านมีอำนาจเซนต์ แต่ผลกระทบจะตกอยู่ที่ใคร”


    โอกาสเดียวกันนี้ได้มีการยื่นหนังสือ “เสนอข้อห่วงใยต่อสถานการณ์เหล้า บุหรี่ และสิ่งเสพติด ในกลุ่มเยาวชนจังหวัดหนองบัวลำภู ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนายประยูร อรัญรุท ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้แทนรับมอบ และยื่นหนังสือฯ ต่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนางโอปอ หัตถสงเคราะห์ ผู้แทนนายสยาม หัตถสงเคราะห์ สส.หนองบัวลำภู เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อนำไปเสนอต่อคณะกรรมาธิการพิจารณา พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ปี พ.ศ. 2567 ต่อไป


    ภาพ ; ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู

    ข่าว ; ประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองบัวลำภู,เครือข่ายงดเหล้าหนองบัวลำภู