Category: SDN News

  • งานแต่งไม่มีเหล้า “สุขกาย สบายใจ  ปลอดภัย หายห่วง”

    งานแต่งไม่มีเหล้า “สุขกาย สบายใจ  ปลอดภัย หายห่วง”

    เมื่อได้ยิน เสียงโห่..โห่..โห่…  ณ ตำบลสมเด็จเจริญ  อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ขันหมากมาแล้ว   ได้เวลาฤกษ์งาม ยามดี พิธีการก็เริ่มขึ้น ขบวนขันหมากเคลื่อนขบวน นับเป็นขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งประเพณีของการสู่ขอความรักของชายหนุ่มต่อหญิงสาว และเป็นการแสดงความเคารพต่อพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาว ..ว่าฝ่ายชายยกย่องและให้เกียรติมาสู่ขอฝ่ายหญิงอย่างครบถ้วนตามประเพณี  ด้วยสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมา ก็ทำเอางานแต่งงาน ที่จะมีขึ้น จำเป็นต้องลดขนาดลงไป  ซึ่งอาจจะเพียงมีพิธีเล็กๆ ภายในครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนสนิทที่รับทราบเท่านั้น เรียกว่าหากไม่สนิทกันจริงๆ ก็คงจะไม่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาศของงานแต่งอย่างแน่นอน

    คุณกฤษฎา ทิพย์เนตร หรือเบนซ์  และนางสาวกันยารัตน์  พัดไสว น้องหนิง คู่บ่าว-สาว เปิดใจสำหรับการประกาศจัดงานแต่งงานปลอดเหล้าว่า.. ด้วยในสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น เราทั้งคู่ก็หวั่นใจว่าญาติๆ เพื่อนๆ จะมาร่วมงานเราได้ไหม จะเป็นคลัสเตอร์โควิดหรือไม่.. เพราะเพื่อนเราเยอะมากๆ ซึ่งเราก็คิดอยู่นาน ลองสอบถามคุณแม่ ญาติๆ และลองถามเพื่อนๆไปบ้าง ว่าเราจะสามารถจัดงานแต่งงานแบบปลอดเหล้า เพราะอยู่ในช่วงของสถานการณ์โควิด ถึงเราจัดงานทำหึ้คนมารวมกันเยอะ แต่เราก็ยังมีส่วนช่วยรับผิดชอบสังคมตามมาตรการของรัฐฯ ส่วนครอบครัวของผมและตัวของแฟนเอง ก็เห็นดีด้วยครับ ไม่จัดเลี้ยงเหล้าภายในงาน ไม่ต้องจัดงานใหญ่โตมากนัก จะได้ไม่เสี่ยง และไม่วุ่นวายอีกด้วย

    สำหรับงานแต่งงานที่จัดแบบไม่เลี้ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผม ผ่านไปได้ด้วยดี มีคนมาอวยพร และมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง มีขบวนรถแต่งร่วมแห่ขันหมากจำนวน 70-80 คัน พวกเราเป็นกลุ่ม Smooth Speed Unlimited Theme Thailand  มาจากหลายจังหวัด อาทิ Zone จังหวัดสมุทรสาคร  จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี แม้แต่ กรุงเทพฯ ก็ยังมาร่วมงาน ทำให้ขบวนแห่ขันหมาก มีความยาวระยะทางเป็นกิโลเมตรเลย ต้องขอให้รถกู้ภัยมาจัดระเบียบ และนำทางให้ ซึ่งมันก็เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีเพื่อนๆ พร้อมที่จะมาแสดงความยินดีให้กับเราจริงๆ  ภายในงานเราจัดโต๊ะจีนไว้ 45 โต๊ะ งานแต่ผมตัดสินใจไม่เลี้ยงเหล้า แต่เรามีน้ำสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มหลักในงาน พร้อมเสริมด้วยน้ำอัดลมเพื่อดับกระหายคลายร้อนได้ดี

    ทางด้านนางสาวกันยารัตน์  พัดไสว (น้องหนิง) เจ้าสาวกล่าวว่า เราคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นมงคลสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราสองคน ประหยัดด้วย รับผิดชอบสังคมด้วย เพราะเราจัดงานในช่วงโควิดระบาด ที่สำคัญยังช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่คาดไม่ถึงได้เคยเห็นงานอื่นๆ ที่เขาจัดงานเลี้ยงเหล้าและขากลับ เจออุบัติเหตุ มีนน่าเศร้าค่ะ ไม่อยากให้เกิดเหตุอะไรกับแขกในงานของเรา เขามาร่วมงานแสดงความยินดีกับเราเราอยากให้เขากลับไปด้วยความสุข ประทับใจด้วยค่ะ

    ในขณะที่นางณัสญ์ศยา วิษณุกรโยธิน คุณแม่เจ้าบ่าว กล่าวว่า ลูกชายประกอบอาชีพ ขายรถมอเตอร์ไซด์ และอะไหร่รถอมเตอร์ไซด์  สำหรับคนที่ชอบสนใจแต่งรถ คนที่มาร่วมงานก็เป็นคนกลุ่มวัยรุ่น ระหว่าง 25 ปี ไม่เกิด 40 ปี ที่ยังมีความคึกคะนอง ถ้ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาร่วมด้วยจะแรงขนาดไหน  ก็ได้พูดคุยแนะนำลูกไปว่าถ้างานมีเหล้า มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันจะยืดเยื้อ ไหนจะวันก่อนงาน วันหลังงาน ดื่มกันไม่เลิกไม่ลา บางทีอาจจมีปัญหา ทะเลาะเบาะแวงกันได้ แต่พอเขาจัดงานแต่ปลอดเหล้า ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบันนี้ และมีข้อดีหลายประการ 1.)ไม่เสี่ยง ติดโรคระบาด ไม่เกิดเป็นคลัสเตอร์  2.)ปลอดภัยไม่มีอุบัติเหตุ ที่คาดไม่ถึง  3.)ประหยัด ค่าใช้จ่ายในงาน แขกที่มาร่วมแสดงความยินดีใส่ซองมาช่วยงาน เราก็ไม่ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าเหล้า สามารถนำมาเป็นเงินทุนตั้งต้นในการสร้างชีวิตคู่ของลูกทั้งสองคนได้

    คุณเบทซ์ เจ้าบ่าวป้ายแดง กล่าวต่อว่า งานนี้พอเราไม่เลี้ยงเหล้า มันก็ SAVE ค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย  เหล้าขนาดขวดแบน ราคา 3,600 บาท/ลัง ค่าเหล้าในงานน่ามีค่าใช้จ่ายรวมน้ำแข็ง โซดา ประมาณอยู่ที่ 40,000-50,000 บาท  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมรับรู้ได้ว่า เพื่อนของผมมาร่วมงานด้วยความตั้งใจจริงๆ ไม่มีใครเรียกร้อง หรือพูดบ่นเกี่ยวกับการไม่มีเหล้า พวกเขาไม่ได้ดื่มก็ลดการเกิดความเสี่ยงตอนเดินทางกลับบ้านไปด้วยความปลอดภัย อยากขอบคุณทุกท่านด้วยใจจริง ที่ให้ความร่วมมือและเข้าใจ ทำให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีครับ.

  • สุรินทร์- จัดเวทีสาธารณะ “งานช้างสุรินทร์สร้างสุขยกระดับการมีส่วนร่วมโดยคนสุรินทร์”

    สุรินทร์- จัดเวทีสาธารณะ “งานช้างสุรินทร์สร้างสุขยกระดับการมีส่วนร่วมโดยคนสุรินทร์”

    วันที่ 17 มีนาคม 2565  ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ สภาพลเมืองสุรินทร์  สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนล่าง (ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ศูนย์ประสานภาคีพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมกว่า 150 คน  จัดเวทีสาธารณะรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์และมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมแล้วจะทำให้งานช้างสุรินทร์  ได้รับการพัฒนาสามารถสะท้อนอัตลักษ์ที่เป็นวิถีชีวิต  วัฒนธรรมและกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่สำคัญเป็นงานที่ปลอดปลอดเหล้าปลอดภัยทำให้คนสุรินทร์และนักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างมีความสุข

              นางลาวัลย์  งามชื่น กล่าวว่า สภาพลเมืองสุรินทร์ เป็นพื้นที่กลางที่พยายามประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม  โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันคิด  ร่วมกันออกแบบ เพื่อทำให้คนสุรินทร์มีสุขภาวะที่ดี  การที่จังหวัดสุรินทร์ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องชาวสุรินทร์ในครั้งนี้  เพราะอยากเห็นการพัฒนารูปแบบการจัดงานช้างสุรินทร์  ที่มีคนสุรินทร์มีส่วนร่วม และคนสุรินทร์ได้ประโยชน์  เพราะ “มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์” จัดขึ้นที่สนามแสดงช้างเป็นประจำทุกปี แต่การจัดงานในช่วงหลาย 10 ปีมานี้ มีภาคีเครือข่ายชาวสุรินทร์ หลายภาคส่วนสะท้อนว่า รูปแบบการจัดงานเปลี่ยนไป ไม่ได้เน้นวิถีชีวิตระหว่างคนกับช้าง หรืออาจเรียกได้ว่าขาดอัตลักษณ์ของการเป็นเมืองช้างสุรินทร์ รวมไปถึงขาดการมีส่วนร่วมของคนสุรินทร์อย่างแท้จริง

              นายบำรุง  เป็นสุข สคล.ภาคอีสานตอนล่าง กล่าวว่า

    ในช่วงปี 2549-2553 มีการเก็บข้อมูลความรุนแรงในงานช้างสุรินทร์  พบว่ามีลูกหลานที่มาเที่ยวงานเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 4-6 คนต่อปี ข้อมูลสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ในปี 2553 มีการทะเละวิวาท 168 ครั้ง เกิดอุบัติเหตุ 89 ครั้ง และมีเด็กเยาวชนเสียชีวิต 6 ราย ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าร่วมกับประชาสังคมสุรินทร์สร้างสุข  จึงได้เก็บข้อมูลรับฟังความคิดเห็นว่า “คนสุรินทร์อยากเห็นงานช้างเป็นอย่างไรหากจะจัดงานช้างปลอดเหล้าเห็นด้วยหรือไม่” ซึ่งร้อยละ 98  พี่น้องจังหวัดสุรินทร์อยากให้จัดงานปลอดเหล้าเพื่อสร้างความปลอดภัย  หลังจากนั้นได้นำข้อมูลเข้าในการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดสุรินทร์ จนกระทั่งปี 2554 จังหวัดสุรินทร์ประกาศให้งานช้างสุรินทร์เป็นปลอดเหล้า  ตลอดเวลา 10 ปี ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่สำคัญไม่มีการเสียชีวิตของเด็กเยาวชนงานอีกเลย  ดังนั้นจึงอยากให้งานนี้เป็นงานช้างสุรินทร์สร้างสุขที่ปลอดเหล้าปลอดภัยต่อไป

              ดร.ประภาพร  บุญปลอด อาจารย์จากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์  กล่าวว่า

    ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 เป็นต้นมาทางสถาบันได้ร่วมออกแบบเครื่องมือเพื่อสำรวจความคิดเห็นในช่วงการจัดงานช้างของคนสุรินทร์-นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวงาน จำนวน 985 คน ร้อยละ 76.24 เป็นชาวสุรินทร์ ร้อยละ 14.31 เป็นคนจังหวัดอื่นที่อาศัยในจังหวัดสุรินทร์ ร้อยละ 9.45 เป็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  พบว่าระดับความพึงพอใจ 3 ระดับจากมากไปหาน้อยเกี่ยวกับ 1)อาหารที่นำมาเลี้ยงช้างมีความปลอดภัยพึงพอใจระดับปานกลางร้อยละ 40  รองลงมาระดับมากร้อยละ 37.50 รองลงมาระดับมากที่สุดร้อยละ 11.57  2) ประเภทร้านค้าในงานช้างมีความหลากหลายและเหมาะสม พึงพอใจระดับปานกลางร้อย 31.84 รองลงมาระดับน้อยร้อยละ 21.41  รองลงระดับน้อยที่สุดร้อยละ 9.85  3) กิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดสุรินทร์ พึงพอใจระดับปานกลางร้อยละ 32.80 รองลงมาระดับน้อยร้อยละ 27.30  รองลงระดับน้อยที่สุดร้อยละ 8.62  4) ร้านอาหารในบริเวณงานช้างมีความหลากหลายและสะอาดถูกสุขอนามัย พึงพอใจระดับปานกลางร้อยละ 31.37 รองลงมาระดับน้อยร้อยละ 18.17  รองลงระดับน้อยที่สุดร้อยละ 8.12  5) ประชาชนมีบทบาทในการร่วมแสดงความคิดเห็นในการออกแบบการจัดงานช้างแฟร์ งานเลี้ยงอาหารช้างและงานแสดงของช้างพึงพอใจระดับน้อยร้อยละ 49.45 รองลงมาระดับปานกลางร้อยละ 30.56  รองลงระดับมากร้อยละ 9.03  6)ควรเพิ่มให้มากขึ้นในงานกาชาด งานช้างแฟร์จังหวัดสุรินทร์ มากที่สุดภาพเก่าเล่าเรื่องช้าง ข้าหอมมะลิ ผ้าไหมและวิถีคนสุรินทร์ร้อยละ 62.59 รองลงมาการออกบู๊ธสินค้าและของดีชุมชนร้อยละ 59.78  รองลงลำดับสามภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองสุรินทร์ร้อยละ 49.65  รองลงลำดับสี่การประกวดและแสดงภาพสถานที่ท่องเที่ยวเมืองสุรินทร์ร้อยละ 49.45  รองลงมาระดับห้าการแสดงกันตรึม /กันตรึมออเคสตร้า ร้อยละ 45.65 

              ดร.คุณภัทร ศรศิลป์ กล่าวว่า

    ข้อมูลความพึงพอใจในช่วงการจัดงานสอดคล้องกับข้อมูลจากการโฟกัสกรุ๊ปเพื่อรับฟังความคิดเห็นเพิ่มใน  7 กลุ่มคือกลุ่มชาวช้าง  กลุ่มศิลปิน-วัฒนธรรม กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ธุรกิจ โรงแรม กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวและผลิตผ้าไหม และกลุ่มเด็กเยาวชน จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบข้อเสนอเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมและมีความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้งานช้างเป็นมหัศจรรย์งานช้าง ที่สะท้อนอัตลักษณ์  วิถี วัฒนธรรมของคนสุรินทร์อย่างแท้จริง  คือควรมี

    1) กลไกกลางหรือคณะกรรมการจัดงานที่องค์ประกอบจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชาวช้างและภาคประชาสังคมในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อร่วมกำหนดรูปแบบงาน 

    2) เตรียมงานและมีการประชาสัมพันธ์ก่อนถึงวันจัดงานไม่ให้กระชั้นชิด

    3) รูปแบบการจัดงานควรส่งเสริมให้คนสุรินทร์ใส่ผ้าไหมมาเที่ยวงานช้าง และจัดโซนบู๊ธของอำเภอ โซนวัฒนธรรมลาว เขมร กูยและจีน  โซนผลผลิตข้าว ผ้าไหม โซนอาหารถิ่นและโซนส่งเสริมการแสดงออกของเด็กเยาวชนที่สร้างสรรรค์ 

    4) จัดเส้นทางการท่องเที่ยวปลอดภัยที่เชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกบริเวณจัดงานช้างให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมชาวช้างบ้านตากลาง ปราสาทศีขรภูมิ และช่องจอม ตลอดปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดสุรินทร์

    5) งานเลี้ยงอาหารช้าง ควรรับซื้อและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอาหารปลอดภัยให้สอดคล้อง “สุรินทร์เมืองเกษตรอินทรีย์”

    6) งานช้างสุรินทร์ต้องเป็นงานปลอดเหล้าปลอดภัยเพราะสถานที่จัดงานเป็นสถานที่ราชการที่ต้องปฏิบัติการตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี 2551 

    7) ควรกำหนดสัดส่วนผู้ประกอบการร้านค้าในงาน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่คนสุรินทร์  ได้เข้ามาจำหน่ายผลิตผลและสินค้าท้องถิ่นให้มากขึ้น  และควรเก็บค่าเช้าบู๊ธจำหน่ายสินค้า  ค่าจอดรถให้ถูกลง  และค่าผ่านประตูเข้าชมงานให้ถูกลง

              นายพรชัย  มุ่งเจริญพร   นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์  ในนามของคนสุรินทร์

    มีความภูมิใจที่ไปไหนมาไหนเรียกเราว่าคนเมืองช้าง และช้างยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยอีกด้วย อบจ.มีความพยายามให้ช้างสุรินทร์ กลับคืนถิ่นแล้วสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ สำหรับการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดงานประจำปี  อบจ.จะมีการทำงานเกี่ยวช้างอยู่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การแต่งงานบนหลังช้าง วันช้างไทย ประเพณีสงกรานต์แสดงช้างกลางปี  ซึ่งการแสดงช้างในแต่ละปีเพียงแค่ 2 วัน ซึ่งไม่เพียงพอ  จึงมีนโยบายที่จะทำอย่างไรให้ 636 วัน มีการแสดงช้างทุกวันหรือมากที่สุด  จึงมีแนวคิดที่จะสร้างปางช้างในเมือง  ทำให้มีการแสดงช้างได้มากขึ้น และมีการนำเอาประเพณีต่างๆและมวยไทยที่คนสุรินทร์มีชื่อเสียงมาประกอบ  ซึ่งคนไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงมวยไทยในต่างชาติได้รับการยอมรับมาก แต่พอกลับมาบ้านเรากลับไม่ได้รับความสนใจ สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดขาย  ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวช้างมีอาชีพและรายได้เลี้ยงตนเองได้

              แบรนด์แขมร์สะเร็น  คนสุรินทร์ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันตีโจทย์และมาช่วยกันสร้าง  เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนสุรินทร์  บ่อยครั้งที่ไปประชุมที่กัมพูชา  พูดเขมรออกไปนิดหน่อยชาวกัมพูชาจะชี้มาทันทีว่ามาจากสุรินทร์  มันทำให้เราคิดว่านี่คืออัตลักษณ์ของชาวสุรินทร์  ชาวสุรินทร์นั่งอยู่ในใจเขาแล้ว  ดังนั้นวันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีประชาชน ได้ทำให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพื่อช่วยกันสะท้อนคิด  สะท้อนทำในการพัฒนางานช้างสุรินทร์สร้างสุข ร่วมกัน

              หลังจากนี้  สภาพลเมืองสุรินทร์  จะรวบรวมและสังเคราะห์ข้อคิดเห็นต่างๆให้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และจะมีเวทีการแชร์  การเชื่อม เพื่อให้เกิดเป้าหมายร่วมและทำให้ “งานช้างสุรินทร์สร้างสุขยกระดับการมีส่วนร่วมโดยคนสุรินทร์” และคนสุรินทร์ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงต่อไป

  • สคล.ปรับโหมด จัดอบรมนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร

    สคล.ปรับโหมด จัดอบรมนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร

    เครือข่ายงดเหล้าปรับโหมด จัดอบรม..เสริมสร้างศักยภาพแกนนำกระบวนกรแกนกลาง ผลิตนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะคนหัวใจเพชร เพื่อดำเนินงาน ชวน ช่วย ชมเชียร์ ให้เกิดลด ละ เลิก เปลี่ยนค่านิยมลดนักดื่มหน้าใหม่ ในพื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า

    เมื่อวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2565  ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ กรุงเทพฯ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) และ สสส. จัดกิจกรรม Workshop การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพกระบวนกรแกนกลางเพื่อผลิตนักสื่อสารและสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชรโดยสร้างโปรแกรมอบรมนักปฏิบัติการชุมชนคนสู้เหล้า ให้สามารถนำชุดความรู้นี้ไปใช้ได้ ตามบริบทของแต่ละชุมชนและความถนัดของผู้นำไปใช้ เป็นการออกแบบกลยุทธ์ในการดำเนินงานเพื่อการลด ละ เลิก โดยทำงานให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย ของชุมชนคนสู้เหล้าต่อไป

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า ที่ผ่านมาของเครือข่ายงดเหล้าได้ดำเนินการโดยการรณรงค์สร้างการรับรู้ต่อสังคมผลักดันเชิงนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้องและต่อมาได้รณรงค์เรื่องการปรับเปลี่ยนค่านิยมและพฤติกรรมของผู้ดื่ม อีกทั้งเน้นงานป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จึงได้นำการออกแบบกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นแนวทางการทำงานของชุมชนสู้เหล้า เพื่อเป็นแนวทางให้กับชุมชนที่สนใจจะดำเนินงานชุมชนมีเหล้าได้เลือกทำกิจกรรมสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนหรือคนที่สนใจซึ่งมีกิจกรรมง่ายไม่ซับซ้อนเห็นความสำเร็จของกิจกรรมได้ไม่ยากเกินไปและเป็นกิจกรรมที่ท้าทายสำหรับทีมงานชุมชนคนสู้เหล้าอีกด้วย

    นางสาวพิมมณี เมฆพายัพ ผู้ประสานงานกระบวนการพัฒนาศักยภาพ สคล. กล่าวถึงความสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการพัฒนาศักยภาพกระบวนกรแกนกลาง เพื่อสร้างนักสื่อสารและสร้างเสริมสุขภาวะหัวใจเพชร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้เกิดกระบวนกรพี่เลี้ยงระดับภูมิภาคทั้ง 9 ภูมิภาค เป็นการสร้างและหนุนเสริมศักยภาพคนหัวใจเพชรและก่อตั้งชมรมคนหัวใจเพชรในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องการจากการอบรม คือ การเกิดคนหัวใจเพชรในชมรมที่พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพเป็นนักสื่อสารสร้างเสริมสุขภาวะ ซึ่งชมรมคนหัวใจเพชรในอนาคตจะมีทีมงาน มีแผนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการจัดสภาพแวดล้อม ในกระบวนการชวน ช่วย ชมเชียร์ รวมทั้งมีการหนุนเสริมให้มีศักยภาพในการบริหารจัดการและพึ่งตนเองด้านงบประมาณ ภายใต้แนวคิด การออกแบบการเรียนรู้ที่มีหัวใจ เปลี่ยนอำนาจเหนือ สู่อำนาจร่วม ด้วยกระบวนการสร้างอำนาจภายในให้ผู้เรียน  เพื่อนำไปออกแบบการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในชุมชนต่อไป

    นางสาวพิมมณี กล่าวต่อว่า เรานำทีมกระบวนกรแกนกลางทั้ง 9 ทีมภูมิภาค จะได้นำแผนที่ได้ออกแบบด้วยหัวใจร่วมกันใน 2 วันนี้  ไปปฏิบัติการจริงใน 9 ชุมชน โดยใช้ร่วมกับกล่องเครื่องมือชุมชนคนสู้เหล้า ซึ่งจะดำเนินการในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2565  โดยมีทีมวิทยากรจากมูลนิธิสื่อชาวบ้านมะขามป้อม ลงติดตามแนะนำ เพื่อพัฒนาให้เกิดหลักสูตรสร้างทีมและแผนของชมรมคนหัวใจเพชร ที่มีหัวใจ ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของเครือข่ายงดเหล้า อย่างใกล้ชิด

    นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญมากกว่าการตั้งเป้าหมาย เป็นการออกแบบกิจกรรมและการมุ่งมั่นต่อการดำเนินงาน  คือทัศนคติต่อผู้ดื่มเหล้า การตีตราหรือการตั้งข้อรังเกียจจะส่งผลต่อการเลือกปฏิบัติ การช่วยเหลือและการดูแลทัศนคติของคนในชุมชนหรือสังคมมักมองว่าผู้ดื่มเหล้าเป็นคนน่ารังเกียจ สังคมจะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกอาย รู้สึกผิดสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้ดื่มแยกตัวออกจากสังคมไม่ดูแลตนเองใช้สารเสพติดอื่นๆร่วมด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อชุมชนและสังคมการดื่มเหล้าเป็นการกระทำด้านปัจเจกแต่ส่วนหนึ่งจะเกิดจากอิทธิพลสร้างทางสังคมที่มีผลต่อการดื่มหรือไม่ดื่มเหล้าดังนั้นคนในชุมชนจึงเป็นส่วนสำคัญต่อการลดละเลิกชุมชนคนสู้เราเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนคนสู้เหล้าเพื่อจุดประกายให้คนในชุมชนได้ช่วยเหลือดูแลผู้ดื่มชุมชนมีส่วนร่วมในการปรับสภาพแวดล้อมและปรับพฤติกรรมผู้ดื่มให้สามารถลดละเลิกเหล้าได้ในที่สุด

  • โคราชเมืองน่าอยู่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกล อบายมุข

    โคราชเมืองน่าอยู่ ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกล อบายมุข

    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565  นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองพร้อมด้วยกรรมการกองทุนฯ นำโดย นพ.สุรเชษฐ์ ถิตนิรามัย รองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 2 และผู้บริหาร สสส. ลงพื้นที่โครงการ “โคราชเมืองน่าอยู่ : คนเข้มแข็ง ท้องถิ่นแข็งแรง” เพื่อร่วมรับฟังการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ ณ โรงเรียนหินดาด  วิทยา ต.หินดาด อ.ห้วยแถลง และ โรงเรียนลาหร่ายวิทยาคม ต.โนนตูม อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ประเต็นตำบลสุข เปิดให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างพื้นที่ทางปัญญา เสริมศักยภาพเด็กและเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งมีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพ และหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เข้าร่วมกว่า 500 คน

    รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ที่ยานานกว่า 2 ปี ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือต่อปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องคำนึงถึงการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และภาคีเครือข่าย จึงจำเป็นต้องติดตาม ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาเป็นโจทย์สำคัญในการวางแผนการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลให้ได้มากที่สุด ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมเป็นภาคีเครือข่ายสนับสนุน และเป็นกำลังสำคัญในการทำงาน โดยเฉพาะภาคีเครือข่ายในระดับจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการ สะท้อนปัญหาและพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การวางมาตรการแนวทางป้องกันและแก้ใขร่วมกัน เชื่อว่า ความแข็งแรงของชาวโคราช จะจุดประกายให้พื้นที่อื่นๆ เห็นความสำคัญของงานสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาประเทศและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมสุขภาวะให้เกิดขึ้นรอบตัวต่อไป” นายพลพีร์ กล่าว

    ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่เพื่อสร้างเครือข่ายสุขภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดเป็นเมืองแห่งสุขภาวะ โดย จ.นครราชสีมา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องกว่า 1,000 โครงการ มีเครือข่ายทางสุขภาพกว่า 350 องค์กรในระดับพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงาน

    ทางด้านนางสมควร งูพิมาย ผู้ประสานงานจังหวัดนครราชสีมา ร่วมออกบูธกิจกรรมครั้งนี้ เล่าว่า การทำงานประเด็นรณรงค์งดเหล้า เป็นงานที่ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา เน้นเป็นการป้องกัน มากกว่าจะได้ไม่ต้องมาคอยแก้ปัญหา การทำงานกับเด็ก เยาวชน สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเราต้องเอาใจใส่คอยหากิจกรรมให้ทำเสมอ สำหรับกิจรรมครั้งนี้โดยร่วมออกบูธเล่าเรื่อง “งดเหล้าของชาวโคราช”  มีคนต้นแบบตั้งแต่เด็ก เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มในครอบครัว มีคนต้นแบบเลิกเหล้าแล้วสุขภาพดี แข็งแรง สร้างแรงบันดาลใจให้วิ่งออกกำลังกายทุกเช้าเป็นตัวอย่างในชุมชน และช่วยลดผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพื้นได้

    กิจกรรมในบูธจะโชว์นวัตกรรมการทำงานช่วงที่โควิด-19 ระบาด ชุมชนพิมายเราทำตลาดนัดแบ่งปัน 5 บาท เป็นพวกพืชผักต่างๆในท้องถิ่น พริกขี้หนู มะเขือเทศ และที่ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักก็คือน้ำดื่มทางเลือกทดแทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นน้ำกระชายน้ำผึ้งมะนาว สูตรเด็ด เสริมด้วยทั้งน้ำอัญชันน้ำผึ้งและน้ำตะไคร้น้ำผึ้ง ที่ใช้ดื่มในช่วงโควิดอย่างแพร่หลาย ตบท้ายมื้อเที่ยงด้วยผัดหมี่เมืองพิมาย มีเสียงชื่นชมมว่าอร่อยๆมากอีกด้วย

  • YSDN กับแนวคิดไอซ์แลนด์โมเดล ส่งมอบคูปองสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน

    YSDN กับแนวคิดไอซ์แลนด์โมเดล ส่งมอบคูปองสร้างสรรค์เพื่อเยาวชน

    เครือข่ายงดเหล้า-สสส. ผลักดันแนวคิดไอซ์แลนด์โมเดล ตั้งกลุ่มเยาวชน YSDN ออกแบบส่งมอบคูปองสร้างสรรค์ตามความสนใจของเด็กในพื้นที่อำเภอ หวังเกิดเป็นกิจกรรมต้นแบบแก้ปัญหาเหล้า-บุหรี่ และปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ ในกลุ่มเยาวชนมุ่งเป้าลดนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ระดับอำเภอ

    เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นายประจวบ เจริญพร สาธารณสุขอำเภอแม่จัน กล่าวต้อนรับคณะทำงานอาสาสมัครเยาวชน Y-SDN (Young Stop drink Network) ในโครงการพัฒนาต้นแบบอำเภอป้องกันนักดื่มนักสูบหน้าใหม่ครบวงจร จากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งโครงการฯ ครั้งนี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี2563เพื่อพัฒนาโมเดลการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ หวังสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนโดยใช้พื้นที่อำเภอเป็นพื้นที่ดำเนินการ

    นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า จากบทเรียนการแก้ปัญหาปัจจัยเสี่ยงของเด็กเยาวชนประเทศไอซ์แลนด์ ใช้เวลากว่า 20ปี สามารถลดความเสี่ยงของเด็กเยาวชนได้อย่างเป็นระบบ เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีมาทดแทน (ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bbc.com/thai/international-42065324) ซึ่งเครือข่ายฯ ได้นำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวคิด “ขนมปัง 5 ชั้น” อันดับแรกเป็นการสำรวจข้อมูลสถานการณ์ด้านพฤติกรรม สภาพแวดล้อม ทัศนคติและความสนใจ โดยเน้นกลุ่มเยาวชนอายุ 12-15 ปี จากนั้นจะนำมาประมวลผลสถานการณปัญหา ที่สำคัญคือการรับรู้ความต้องการทำกิจกรรม ซึ่งจะนำมาออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องความต้องการ และจะพัฒนาเป็นข้อเสนอ “คูปองกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชน” เพื่อครอบคลุมให้กับเยาวชนอย่างทั่วถึง อันดับต่อมาการประสานเชื่อมกับเครือข่ายผู้ใหญ่ที่หนุนเสริมและเข้าใจเด็กเยาวชนซึ่งเมื่อผู้ใหญ่เปลี่ยนแปลงเด็กจะเปลี่ยน “ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน” และการเปิดพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ กับ เด็กเยาวชนใน บ้าน วัด โรงเรียน ให้เกิดความเข้าใจระหว่างวัย นำไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกัน และอันดับสุดท้ายที่ถือว่าสำคัญมากคือผลักดันให้มีนโยบายอำเภอ และการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม ค่านิยมในสังคม เช่น การทำให้เป็นไปตามกฎหมาย งานประเพณีปลอดเหล้า การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา การรณรงค์ครอบครัวมีสุข “ไม่ชวนเด็กดื่ม..ไม่ดื่มให้เด็กเห็น” เป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะนำมาประยุกต์ใช้ในโครงการดังกล่าว

    นางสาววีรญา ร้องคำ อาสาสมัคร YSDN อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เห็นปัญหานักดื่มในพื้นที่มาตลอด จึงสนใจอยากอาสามาเป็นส่วนหนึ่งช่วยหนุนเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จากการดำเนินงานช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา คิดว่าบ้านเรามีต้นทุนเชิงพื้นที่ที่ดี มีชุมชนเข้มแข็ง มีกลุ่มเยาวชนที่หลากหลาย ซึ่งความต้องการของกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เราออกแบบร่วมกันคือ การเต้น cover dance เป็นอันดับ 1 การทำสื่อออนไลน์ เป็นอันดับ 2 การวิ่งมินิมาราธอน เป็นอันดับ 3 ซึ่งเกิดสถานะการ์ณโควิดเราจึงทำได้แค่จัดอบรมพัฒนาทักษะของการทำสื่อ ที่สำคัญคือน้องๆ บอกว่าต้องการมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กีฬา ดนตรี งานบุญประเพณี และอยากให้มีเครือข่ายผู้ใหญ่สนับสนุนกิจกรรมสร้างสรรค์ของกลุ่มเด็กและเยาวชนมากกว่านี้

    จากการเก็บแบบสอบถามของเครือข่าย YSDN เกี่ยวกับเรื่องทัศนคติที่มีต่อเครื่องดื่มแอลกอออล์ในเยาวชนอำเภอแม่จัน (11 ตำบล) อายุตั้งแต่ 12-18 ปี จำนวน 862 คน พบว่า เยาวชนเคยดื่มแอลกออล์ ร้อยละ 54 ดื่มแบบขาดสติ ร้อยละ 16  นอจากนี้ยังพบว่า เยาวชนมีการเริ่มดื่มตั้งแต่อายุเฉลี่ย 10 -15 ปี โดยส่วนใหญ่จะดื่มในโอกาส งานวันเกิด, งานในชุมชน, งานคอนเสริท์ และอกหัก เป็นลำดับ

    ในขณะที่นายฤทธิรงค์ หน่อแหวน ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าการดื่มสุราของจังหวัดเชียงราย ปี 2564  ร้อยละ 41.1 ซึ่งมีสถิติสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ สำหรับการขับเคลื่อนงานได้เล็งเห็นว่า เยาวชนจังหวัดเชียงรายมีการดื่มสุราเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์หลายๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบผู้ปกครอง เรื่องสภาพสังคม อีกทั้งด้านวัฒนธรรมประเพณีที่เปลี่ยนไป  ทางประชาคมจังหวัดเชียงรายจึงได้มีแนวทางการทำงานโดยร่วมกับเยาวชน YSDN จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีการขับเคลื่อนงานใน 3 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย และอำเภอพาน  ทั้งนี้กระบวนการขับเคลื่อนงานจะเป็นการสนับสนุนให้เกิดแนวทางการปฏิบัติเชิงนโยบาย ซึ่งเยาวชนเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยไม่ขายบุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็ก เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี  เรามองถึงกลไกที่เชื่อมร้อยในระดับพื้นที่อำเภอ การแก้ไขปัญหาการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกลไกของ พชอ. เพื่อไปหนุนเสริมนโยบายระดับอำเภอ ช่วยให้เยาวชน YSDN ขับเคลื่อนงานร่วมกับ คณะกรรมการ พชอ. ระดับพื้นที่ได้ ซึ่งประชาคมจังหวัดจะเป็นพี่เลี้ยงคอยหนุนเสริมให้เกิดการขับเคลื่อนงานได้ ตามแนวทาง ขนมปัง 5 ชั้น ไม่ว่าการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบ การประสานเชื่มเครือข่ายเยาวชนต่างๆในพื้นที่อำเภอและจังหวัด เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน  การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีเพื่อเป็นแรงสนับสนุนทั้งด้านข้อมูลและเป็นที่ปรึกษา

    นอกจากมีการป้องกันเยาวชนหน้าใหม่แล้ว ในอำเภอแม่จัน ยังมีโครงการลดนักดื่ม นักสูบหน้าเก่า เช่น โครงการลดละเลิกเหล้าบุหรี่เข้าพรรษา การจัดตั้งชมรมคนหัวใจเพชรชวนคนเลิกอบายมุข โดยมีตำบลศรีค้ำ เป็นพื้นที่ต้นแบบลดละเลิกอบายมุขแล้วได้อะไร? รวมถึงร้านค้าที่ขายเหล้าบุหรี่ต้องทำตามกฎหมาย ขายตามเวลา ไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20ปี เรียกว่า เป็นร้านค้าคุณธรรมอีกด้วย โดยมีสาธารณสุขอำเภอแม่จัน และนายอำเภอแม่จัน ได้ให้การสนับสนุนบรรจุเป็นแผนยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแม่จัน

    นายธีระ กล่าวต่อว่า โครงการนี้ เพิ่งเริ่มต้น เราวางแผนดำเนินงานไว้ 10ปี จึงจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งต้นน้ำ คือเด็กเยาวชน กลางน้ำ คือ การปรับสภาพแวดล้อม และปลายน้ำ คือการลดละเลิกหน้าเก่า หากดำเนินการครบวงจรดังกล่าวเชื่อว่า ปัญหาของเด็กเยาวชน ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหาสุขภาพจะลดลงอย่างแน่นอน โดยนอกจากอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย แล้ว ยังมีอีก 11 อำเภอที่ร่วมโครงการ ได้แก่ อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงใหม่ ,อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ,อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ,อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก, อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น, อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำพู ,อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์} อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ , อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ, อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี  สำหรับกิจกรรมของพื้นที่เชียงรายนับว่าเป็นต้นแบบ และคาดหวังให้เกิดในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะคูปองกิจกรรมสร้างสรรค์แบบไอซ์แลนด์ ซึ่งได้มีการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงานขับเคลื่อน และร่วมผลักดันกลไก สู่ระดับจังหวัดและระดับชาติต่อไป