Category: บทความจากภาคี

  • พลังกลไกอำเภอส่งเสริมป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ และลดปัญหาโรค NCDs จังหวัดปราจีนบุรี

    พลังกลไกอำเภอส่งเสริมป้องกันปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ และลดปัญหาโรค NCDs จังหวัดปราจีนบุรี

    เมื่อวันที่ 8-15 มีนาคม 2565 ณ สาธารณสุขอำเภอจังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก จัดเวทีถอดบทเรียนโครงการอำเภอบูรณาการ

    ได้รับความร่วมมือจากคณะทำงานสาธารณสุขอำเภอทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ อำเภอเมืองฯ อำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมโหสถ อำเภอประจันตคาม อำเภอนาดี อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอกบินทร์บุรี เมื่อพิจารณาในภาพรวมของการดำเนินงาน พบว่า ปัญหาเร่งด่วนของแต่ละอำเภอคือเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคร้ายแรง หรือโรคอุบัติใหม่ การแพร่ระบาดของปัจจัยเสี่ยง บุหรี่ สุรา กระท่อม และยาเสพติด ย่านอุตสาหกรรม และการติดสังคมออนไลน์ในหมู่เด็กและเยาวชน ทำให้ภารกิจงานของโครงการที่ใช้กลไกของอำเภอมาปรับใช้อย่างเหมาะสมในช่วงสถานการณ์โรคระบาด ตัวอย่างเช่น งานสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทางอำเภอร่วมส่งเสริมป้องกันในกิจกรรมด้านส่งเสริมจูงใจเด็ก เยาวชน ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ สร้างสื่อที่มีเนื้อหาเชิงความรู้ การแนะนำชุมชนของตนเอง และเนื้อหาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ จัดโครงการเฝ้าระวังป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ในโรงเรียน สภาเด็ก-เยาวชน มีการปฏิญาณตน “โตไปไม่ดื่ม” การจัดวงเสวนาอบรมการให้คำปรึกษา แลกเปลี่ยนประสบการณ์กลุ่มนักดื่ม กลุ่มคนช่วยเลิก และกลุ่มเยาวชน มีการบูรณาการกับสำนักสงฆ์ระดับอำเภอในโครงการหมูบ้านศีล 5 มีผู้นำชุมชนที่มีองค์ความรู้และพร้อมขับเคลื่อนงานร่วมกัน การเชื่อมกองทุนระดับตำบล ท้องถิ่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เสนอวาระเรื่องปัญหายาเสพติด และการรณรงค์งดเหล้า การใช้หลักสูตรสติบำบัดกับกลุ่มนักดื่มที่เป็นผู้นำชุมชน การสร้างกระแสงดเหล้าเข้าพรรษา หาคนต้นแบบ คนหัวใจเพชร คนหัวใจหิน และ การสานงานต่อกับคณะทำงานระดับอำเภอเน้นทำงานในสถานประกอบการด้านส่งเสริมป้องกันพร้อมกับเชื่อมนโยบายกับผู้จัดการโรงงาน นำเสนอภาพรวมในเวทีคณะทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ส่วนแผนงานที่คาดว่าจะดำเนินการในปีถัดไป ได้แก่ กิจกรรมเฝ้าระวังนักดื่มหน้าใหม่ในพื้นที่แต่ละตำบล สร้างภาคีเครือข่ายในภาคเอกชน และสร้างความมีส่วนร่วมการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานสุรา ในสถานประกอบการ โฮมสเตย์ การทำเวทีชาวบ้านเรื่องปัจจัยเสี่ยงกับนายอำเภอวงแลกเปลี่ยนวิถีชีวิต เน้นจัดสภาพแวดล้อมจากภายนอกก่อน ตามงานประจำตำบล และขยับเข้ากลุ่มคนหัวใจเพชรที่เป็นแก่นของงานรณรงค์ ลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ดี เพื่อให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของอำเภอสอดคล้องและตอบสนองต่อบริบทและสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแผนงานโครงการอำเภอบูรณาการลดปัจจัยเสี่ยงถือเป็นกรอบและแนวทางที่สำคัญในการขับเคลื่อนโยบายและการดำเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จึงต้องออกแบบให้ครอบคลุมสภาพการณ์ของปัญหาในมิติของปัจจัยเสี่ยงเดิม และปัจจัยเสี่ยงใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด #กลไกอำเภอ #ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำ #ชีวิตวิถีใหม่ #เครือข่ายงดเหล้า #อุดมสุข

  • เตรียมความพร้อมสู่เวทีสัปปายะอวอร์ด

    เตรียมความพร้อมสู่เวทีสัปปายะอวอร์ด

    วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2565 วันนี้เวลา 10:00 น ถึง 16:00 น นายสอน ขำปลอด ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนล่าง จัดเวทีประชุมผู้ประสานงานทั้ง 10 จังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขับเคลื่อน เวทีสัปปายะอวอร์ด และแผนงานสำหรับปี 2565 ณ ห้องประชุมร้าน Oasis Cafe

    ซึ่งจะพิจารณาการมอบรางวัลทั้ง 8 รางวัล สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติในแต่ละจังหวัด จากการคัดเลือกของผู้ประสานงานเครือข่ายจังหวัด ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณา

    รางวัลทั้ง 8 รางวัลมีดังนี้

    1. นายอำเภอนักรณรงค์ยอดเยี่ยม หน้าใหม่ รางวัลคือ มีโล่และใบประกาศเกียรติคุณ หน้าเก่า รางวัลคือ มีโล่และใบประกาศเกียรติคุณ

    2. กลุ่มแกนนำหัวใจเพชร รางวัลคือโล่ในนามกลุ่มและใบประกาศให้คณะกรรมการคนหัวใจเพชร

    3. ชุมชนสร้างสุขยอดเยี่ยม รางวัลคือโล่ให้ชุมชน และใบประกาศให้คณะกรรมการชุมชน

    4. ผู้สนับสนุนการเฝ้าระวังบังคับใช้กฎหมาย รางวัลคือโล่และใบประกาศเกียรติคุณ

    5. เจ้าภาพงานบุญประเพณีปลอดเหล้าปลอดภัย รางวัลคือโล่และใบประกาศเกียรติคุณ

    6. กลุ่มแกนนำเยาวชนยอดเยี่ยม รางวัลคือโลกในนามกลุ่มและใบประกาศให้คนทำงาน

    7. แกนนำเครือข่ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กยอดเยี่ยม รางวัลคือโล่ในนามกลุ่มและใบประกาศให้ ผดด. ทุกคน

    8. และวันสุดท้ายคือแกนนำเครือข่ายอื่นๆที่ร่วมขับเคลื่อนงาน SDN เยี่ยม รางวัลคือโลกในนามกลุ่มและบุคคลและใบประกาศให้คนทำงาน

    สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในการพิจารณาจากผู้ประสานงานจังหวัด ซึ่งเป็นคณะกรรมการคัดเลือก จะต้องส่งผลงานที่ได้รับการคัดเลือกภายในวันที่ 30 มีนาคม 2565 ก่อนเวลา 24:00 น ซึ่งหากไม่ส่งก็จะถือว่าสละสิทธิ์ไปโดยปริยาย โดยที่ประชุมเน้นย้ำในเรื่องการคัดเลือกและคัดสรรผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามรางวัลให้มากที่สุด เหมาะสมกับรางวัลนั้นมากที่สุด ซึ่งจะไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมารับรางวัลเหล่านี้ สรุปก็คือคุณสมบัติไม่ตรง หรือไม่ตรงสเปคกับรางวัล ไม่มีทางที่จะได้เข้ารับรางวัลเหล่านี้อย่างแน่นอน

    ปัณณทัต ปานเงิน สื่อ สคล.นล รายงาน

  • จังหวัดเชียงราย จัดประชุมหารือการทำงานบูรณาการประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในพื้นที่

    จังหวัดเชียงราย จัดประชุมหารือการทำงานบูรณาการประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในพื้นที่

    ประชุมหารือการทำงานบูรณาการประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในพื้นที่ จ.เชียงราย ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ โรงเรียนเทศบาล 8 บ้านใหม่ อ.เมือง จ.เชียงราย สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ (สำนัก 2) ร่วมศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน และเครือข่าย/ภาคี ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขเชียงราย สพม.สพฐ ท้องถิ่น ท้องที่ ใน จังหวัดเชียงราย

    ได้มีการประชุมบูรณาการแผนงาน โดยมีมีจุดมุ่งหมายในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ

    ที่ประกอบด้วยการดำเนินงานของ 4 แผนงาน คือ

    1) แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ

    2) แผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต

    3) แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพและการพัฒนาระบบยา และ

    4) แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ โดยสำนักมีแผนในการทำงานบูรณาการประเด็นปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพต่างๆ ในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อขับเคลื่อนการทำงานสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวมร่วมกันกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และกระบวนการบูรณาเชิงประเด็นในพื้นที่ เช่น

    1. วิเคราะห์สถานการณ์ภายในพื้นที่ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอและกลุ่มเป้าหมาย

    2. แสวงหาจุดแข็งและจุดร่วมการทำงาน เพื่อบูรณาการร่วมกัน

    3. ออกแบบการเชื่อมโยงแนวการทำงานร่วมกัน

    4. นำแผนงานสู่ปฎิบัติการในพื้นที่

    5. ติดตามประเมินและสรุปผล

  • ภาคตะวันออก ร่วมออกตรวจร้านค้าบริเวณภายในงานสืบสานวัฒนธรรมเบื้องบูรพาและงานกาชาดจังหวัดสระแก้ว ไม่พบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มีคลิป)

    ภาคตะวันออก ร่วมออกตรวจร้านค้าบริเวณภายในงานสืบสานวัฒนธรรมเบื้องบูรพาและงานกาชาดจังหวัดสระแก้ว ไม่พบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (มีคลิป)

    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดสระแก้ว นำโดยผู้ใหญ่บ้านนายพัฒนา พรมเผ่า ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดสระแก้ว

    ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด กลุ่ม อสม. ฝ่ายปกครอง เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก ร่วมออกตรวจร้านค้าบริเวณภายในงานสืบสานวัฒนธรรมเบื้องบูรพาและงานกาชาดจังหวัดสระแก้ว ไม่พบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความสำคัญนโยบายงดเหล้า และท่านได้มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายตรวจสอบและดำเนินการร้านค้าโดยท่านปลัดจังหวัด ไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บริเวณจัดงาน โดยมีปกครองเดินตรวจภายในงานตลอด และการจัดงานเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรค บอกได้ถึงความสำเร็จจากทุกๆหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ให้เป็นงานกาชาดปลอดเหล้าณ อุทยานแห่งชาติพุทธมณฑลสระแก้ว ต.ท่าเกษม อ.เมือง จ.สระแก้ว#เครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดสระแก้ว#เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันออก(สคล.)#สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

  • ร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขายเหล้าวันพระใหญ่

    ร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขายเหล้าวันพระใหญ่

    ร้านค้า ร่วมมือปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่ออนาคตลูกหลานเยาวชนไทย มีสุขภาวะที่ดี

    การดื่ม..อาจเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ยังมีคนอีกหลายคนที่ไม่เข้าใจ หรือว่าไม่สนใจ แต่ในสังคมปัจจุบัน ก็มีคนที่ให้ความร่วมือปฏิบัติตามเพิ่มมากขึ้น ขนาดบางคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการที่มีคนดื่ม ก็ยังต้องจำนนท์กับผลกระทบร้ายแรงต่างๆที่เกิดขึ้น นับว่าเป็นผลพวงที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจอย่างมากมายในสังคมที่ผ่านมา

    เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หมายถึงเครื่องดื่มที่มีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ได้แก่ สุรา และเมรัย แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปกดจิตใต้สำนึกที่คอยควบคุมตนเองอยู่ แต่เมื่อกินมากขึ้นก็จะกดสมองบริเวณอื่นๆ ทำให้เสียการทรงตัว พูดไม่ชัด จนแม้กระทั่งหมดสติในที่สุด

    ประชาชนส่วนมากรับรู้ถึงมหัตภัยร้ายแอลกอฮอล์ ซึ่งก็ทำให้รัฐบาลและสังคมตระหนักมากขึ้น จึงออกเป็นกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อปี 2551 มีการห้ามขายในสถานที่ต่างๆ ห้ามขายในวันพระใหญ่ ได้แก่ วันเข้าพรรษา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันวิสาขบูชา และวันออกพรรษาด้วย ต้องขอขอบคุณประชาชน หน่วยงานต่างๆในสังคม อาจมีความตระหนัก รับรู้และตั้งใจ ให้ความร่วมมือที่จะปฏิบัติตามอย่าจริงจัง หวังให้เหตุการณ์ต่างๆได้บรรเทาเบาบาง ค่อยๆลดน้อยลงไปจากสังคมไทย

    นางแก่นจัทร์ ชิดโคกสูง (พี่แอล) อายุ 50 ปี เจ้าของร้านชำในชุมชน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เปิดใจถึงการปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ฯว่า การขายของให้คนในชุมชน พวกเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บางทีก็เป็นเครือญาติ เป็นลูกหลาน เป็นคนที่รู้จักกันทั้งนั้น เมื่อมีการรณรงค์ มีการประกาศออกมาแล้วเราก็รู้ว่าเหล้า บุหรี่ มันมีโทษ เขาให้ปฏิบัติตามกฎหมายเราก็ว่าดี ยิ่งมีเด็กๆมารณรงค์ มาทำความเข้าในเรื่อง พรบ.ควบคุมฯ เราก็ทำตาม ซึ่งมันก็เป็นกติกา เป็นความร่วมมือกันในชุมชน ทุกๆร้านค้า เราก็จะรู้กันดีว่าต้องไม่ขายวันพระใหญ่ ไม่ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี  ไม่ใช่พ่อแม่ใช้ลูกมาซื้อก็ขายไปส่งๆ ไม่ได้ บางทีเราก็ยังต้องไปเตือนผู้ใหญ่ด้วยว่าอย่าให้ใช้เด็กๆมาซื้อเหล้า ก็ต้องเตือนกันในชุมชนด้วย

    “ในความรู้สึกเราเองไม่อยากปลูกฝังให้เด็กมีพฤติกรรมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายๆตั้งแต่วัยเด็ก คือถ้าเขาเคยมาซื้อแล้วเมื่อพวกเขาโตไปมันก็เหมือนกับ เขาเคยซื้อได้ง่ายๆ เหมือนมันจูงใจให้เด็กเยาวชน ทำได้อย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา ถ้าสังคมมีกฎกติกาอะไรขึ้นมาให้มันยากในการเข้าถึง เขาก็จะได้รู้เหมือนได้เป็นการปลูกฝังว่าเป็นเรื่องที่เด็กไม่ควรมาซื้อ ไม่สมควรดื่ม มีข้อห้าม พ่อแม่ผู้ปกครองก็จะได้ไม่ต้องใช้ให้มาซื้อ และเขาก็จะได้รู้ว่ามันไม่ใช่ง่ายที่จะเข้าถึงเรื่องพวกนี้ มันต้องห้ามสำหรับเด็กๆ ซึ่งพ่อแม่เขาก็ยิ่งสมควรต้องรับรู้ด้วย”

    พี่แอล กล่าวต่อว่า เราเป็นร้านค้า ไม่ใช่อยากได้แต่เงิน เราก็ห่วงเด็กๆ ห่วงชุมชน สังคมของเราเหมือนกัน เราก็ต้องช่วยกันรับผิดชอบสังคมของเรา มีอะไรเกิดขึ้นจะได้ไม่ร้ายแรง เมื่อก่อนเคยเห็นเขากินเหล้ากันแป็บเดียวก็ตีกันแล้ว พอเมาเริ่มพูดไม่เข้าหู เริ่มขัดแย้งกันแล้วยิ่งเรื่องอุบัติเหตุก็มี รถล้ม เฉี่ยวชน เราก็เห็นกันอยู่ เมื่อเราปฏิบัติตามกฎหมาย ในสิ่งที่เขาห้าม สิ่งที่เขาเตือน มันก็แสดงว่ามันต้องมีบทเรียน มีประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเราก็ควรฟัง และขอเชิญชวนร้านค้าร่วมปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อเป็นแนวทางที่ดีร่วมกันต่อไป

  • จ.ชุมพรจัด วิ่งท่องเที่ยวชุมชนในวันแห่งความรัก “ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลเขาค่าย”

    จ.ชุมพรจัด วิ่งท่องเที่ยวชุมชนในวันแห่งความรัก “ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงตำบลเขาค่าย”

    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ทางอสม.ตำบลเขาค่าย และคนในชุมชนได้ร่วมกัน  

    จัดงานเดินวิ่ง โอบเขา กอดเรา แลเเกรนด์เเคนย่อน สุขภาพดีที่เขาค่าย ณ วัดโรจน์ดำริ ตำบลเขาค่าย อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ในรูปแบบตามมาตรการการควบคุมโรคโควิด19 เพื่อชวนคนในชุมชนออกมาทำกิจกรรมที่ดีเพื่อสุขภาพในช่วงโควิด ในเส้นทางการท่องเที่ยว เป็นระยะทาง 5 km  โดยเริ่มวิ่งจาก รพ.สตเขาค่าย ไปจนถึงวัดโรจน์ดำริ ทำให้ได้ผ่านเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม แหละสถานที่ท่องเที่ยวลานหินตั้ง ไปจนถึงคลองหินดำ และแกรนก์แคนย่อนในวัดโรจน์ดำริ  เงินรายได้จากการระดมทุนทั้งหมดจะจัดเข้าชมรมอสม.ตำบลเขาค่าย

    นางวรินอำไพ ศรีอำภา ประชาคมเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดชุมพร กล่าวว่า

    ทางแกนนำชุมชน และทีมคนหัวใจเพชร ใน อ.สวี จ.ชุมพร ได้จับมือกัน จัดกิจกรรมวิ่งโอบเขา-กอดเรา- แลแกรนด์แคนย่อนฯ เพื่อ รณรงค์การท่องเที่ยวชุมชน และร่วมออกกำลังกาย ภายใต้สถานการณ์โควิด19 ที่ทุกคนต้อง มีความพร้อมเตรียมร่างกายให้แข็งแรง

    โดยมี ผู้ร่วมกิจกรรมประมาณ 150 คน ทั้งนี้ต้องขอบคุณ สคล.และภาคส่วนต่าง ๆ ที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ และทางชุมชนจะจัดงานในเทศกาลวันแห่งความรักทุกปี