Category: บทความจากภาคี

  • พัทลุง จัดเวทีเชิดชูเกียรติ ยกย่องบุคคลต้นแบบ งดเหล้าครบพรรษา “คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร”

    พัทลุง จัดเวทีเชิดชูเกียรติ ยกย่องบุคคลต้นแบบ งดเหล้าครบพรรษา “คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร”

    วันที่21มกราคม 2565เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพัทลุง “เชิดชูเกียรติยกย่องบุคคลต้นแบบ งดเหล้าครบพรรษา คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร”ณ.องค์การบริหารส่วนตำบลควนขนุน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง จากการขับเคลื่อนงานของชุมชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพัทลุง ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง “จัดเวทีเชิดชูเกียรติ ยกย่องบุคคลต้นแบบงดเหล้าครบพรรษา คนหัวใจหิน หัวเหล็ก และคนหัวเพชรประจำปี พ.ศ2564 เพื่อเชิดชูและให้กำลังใจบุคคลต้นแบบที่สามารถงดเหล้าครบพรรษาและเลิกได้อย่างต่อเนื่อง ในการขับเคลื่อนงานปี 2564 ที่ผ่านมาทำให้มีคนหัวใจหิน จำนวน 7 ท่าน (งดเหล้าครบ 3 เดือน) คนหัวใจเหล็ก จำนวน 8 ท่าน (งดเหล้าครบ 1-3 ปี) และคนหัวใจเพชร จำนวน 5 ท่าน (เลิกเหล้า 3 ปี ขึ้นไปจนถึงตลอดชีวิต)

    ในเวทีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอำเภอเขาชัยสน(นาย สมบูรณ์ เต็มชื่น) เป็นประธานมอบประกาศเกียรติบัตรให้บุคคลต้นแบบ พร้อมให้กำลังใจกับบุคคลที่กำลัง ลด ละ เลิก ต่อไป ท่านได้กล่าวว่า

    การเลิกเหล้าเป็นเรื่องที่ยากและน้อยคนที่จะทำได้ แต่ถ้าจิตใจเราเข้มแข็ง มีเป้าหมายอย่างชัดเจน สักวันเราจะทำได้และเราจะภูมิใจกับมัน และวิธีการที่จะเริมเลิกได้ต้องเริมจากตัวเองเป็นสำคัญ ค่อยๆ ออกห่างสังคมวงเหล้าที่ร่วมตัวกันหลาย ๆคนมานั่งจิบคนเดียวเพื่อลดความอยาก เมื่อใช้วิธีการนี้บ่อย ๆจะทำให้การดื่มเหล้าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ไม่สนุก และจะเริ่มไม่อยากดื่มและจะทำให้เลิกได้เองในที่สุดอันนี้เป็นวิธีการของผมเอง มาบอกกล่าวเพื่อเป็นแนวทางการเลิกอีกวิธีหนึ่งที่ทำแล้วได้ผลจริง ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน ลด ละ เลิก ได้อย่างถาวรและตลอดไปครับ

    และยังได้รับเกียรติจากท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ควนขนุนร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้ และท่านได้กล่าวอีกว่ายินดีที่จะร่วมเดินเคียงข้างชุมชนในการทำงานงดเหล้าและยินดีสนับสนุนการทำงานของชุมชนอีกด้วย รวมทั้ง ผู้อำนวยการ โรงพยาลาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าลาดและชมรมโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลควนขนุนก็ร่วมเป็นเกียรติในการมอบเกียรติบัตรในครั้งนี้

  • จ.สตูล จัดเวทีเชิดชูเกียรติยกย่องบุคคลต้นแบบ งดเหล้าครบพรรษา “คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร”

    จ.สตูล จัดเวทีเชิดชูเกียรติยกย่องบุคคลต้นแบบ งดเหล้าครบพรรษา “คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร”

    วันที่17มกราคม 2565เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล“เชิดชูเกียรติยกย่องบุคคลต้นแบบ งดเหล้าครบพรรษา คนหัวใจหิน เหล็ก เพชร”ณ.ห้องศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุเทศบาลตำบลคลองขุด อ.เมือง จ.สตูล จากการขับเคลื่อนงานของชุมชน เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ภายใต้การสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)“จัดเวทีเชิดชูเกียรติ ยกย่องบุคคลต้นแบบงดเหล้าครบพรรษา คนหัวใจหิน หัวเหล็ก และคนหัวเพชรประจำปี พ.ศ2564 เพื่อเชิดชูและให้กำลังใจบุคคลต้นแบบที่สามารถ งดเหล้าครบพรรษาและลดละเลิกบุหรี่ได้อย่างต่อเนื่อง ในการขับเคลื่อนงานปี 2564 ที่ผ่านมาทำให้มี(คนหัวใจหิน) งดเหล้าครบพรรษาจำนวน 7 ท่าน ลดละเลิกบุหรี่ครบ4เดือนจำนวน 3ท่าน และคนหัวใจเพชรเลิกเหล้าและบุหรี่ตลอดชีวิต จำนวน 6 ท่าน ในเวทีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก

    นายอำเภอเมืองสตูล(นายยาลา ใบกาเด็ม) เป็นประธานมอบประกาศเกียรติบัตรให้บุคคลต้นแบบ พร้อมกล่าวให้กำลังใจกับบุคคลที่กำลัง ลด ละเลิกเหล้าและบุหรี่อย่างต่อเนื่องซึ่งท่านได้กล่าวว่า

    การงดเหล้าและบุหรี่เป็นสิ่งที่ดี แม้บางคนอาจจะยากสำหรับเขาแต่กำลังใจคนในครอบครัวและคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญจงสู้ต่อไป ยกตัวอย่างนายอำเภอไม่สูบบุหรี่ และคนที่ทำงานร่วมกับนายอำเภอหรือลูกน้อง ที่ทำงานจะต้องห้ามสูบบุหรี่ เป็นกฎของคนทำงานใกล้ชิดกับนายอำเภอที่ต้องปฎิบัติตามนายอำเภอยังกล่าวอีกว่า จะช่วยหนุนเสริมการรณรงค์เรื่องเหล้าและบุหรี่ในพื้นที่อำเภอเมือง ให้ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงการป้องกันภัยอันตรายจากการดื่มเครื่องแอลกอฮอล์และบุหรี่ และควรเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนในรุ่นต่อไป

    นอกจากนี้ยังมีภาคีเครือข่ายร่วมเข้าร่วมงานได้แก่ – สาธารณสุขจังหวัดสตูล- อบต.ฉลุง- อบต.ควนขัน- อบต.ควนโพธิ์- อบต.เกตรี- เทศบาลตำบลคลองขุด- เทศบาลเมืองสตูล- ชุมชนจงหัว , ชุมชนกุบังจามัง , ชมรมคนหัวใจเพชร ต.คลองขุด- เครือข่ายงดเหล้าใต้ล่างณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพเทศบาลตำบลคลองขุด#สสส.#งดเหล้าใต้ล่าง#เครือข่ายงดเหล้า

  • สคล.จ.สตูล ประสานความร่วมมือภาคส่วนราชการท้องถิ่นขยายพื้นที่ขับเคลื่อนใหม่ ปี2565

    สคล.จ.สตูล ประสานความร่วมมือภาคส่วนราชการท้องถิ่นขยายพื้นที่ขับเคลื่อนใหม่ ปี2565

    20 มกราคม 2565 ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอควนกาหลง เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล จัดการประชุมเชื่อมประสานการทำงานร่วมระหว่างภาคส่วนราชการท้องถิ่น ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) องค์การริหารส่วนตำบลอุใดเจริญ ตำบลทุ่งนุ้ย พื้นที่อำเภอควนการหลง จังหวัดสตูล การประชุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากความสำเร็จในการดำเนินงานของพื้นที่ตำบลคลองขุด และพื้นที่ตำบลควนกาหลง เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล มีแนวคิดในการขายพื้นที่ใหม่ รักษาฐานทำงานเดิม สร้างความเข้มแข็งแกนนำชุมชน ผลักดันสู่แผนการทำงานร่วมกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น(กองทุนสุขภาพตำบล)การประชุมในครั้งนี้เริ่มจาการอัพเดทความก้าวหน้าในการดำเนินงาน 2 พื้นที่ ที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบรรดาลใจพื้นที่ใหม่ ได้แก่ชมรมคนหัวใจเพชรตำบลคลองขุด อำเภอเมืองจังหวัดสตูล และพื้นที่ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลงจังหวัดสตูล พร้อมเปิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากพื้นที่ใหม่ เพื่อฟังความเป็นไปได้ในการในการขยายพื้นที่ในการขับเคลื่อนใหม่ ปี 2565

    นายจำลอง บุญสนิท รองนายกองค์กรบริหารตำบลอุใดเจริญ ได้กล่าวว่า

    โครงการนี้ เป็นโครงการที่ดี ยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ เนื่องจากเคยเป็นสมาชิกวงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รู้ดี ว่าผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมากมาย ต่อครัวเรือน สังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ และอื่นฯ ณ ตอนนี้ ได้เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เด็ดขาดรู้สึกดี และเลิกได้ 4 ปี พร้อมเป็นแบบอย่างในการเลิกเหล้าในพื้นที่นายสมุทร มรรคเขต รองนายกองค์กรบริหารส่วนตำบลทุ้งนุ้ย สนใจเข้าร่วม และสนับสนุนพื้นที่ในการทำงานเต็มที่ จะคัดเลือกพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการร่วมโครงการ และอานาคตหากโครงการประสบความสำเร็จจะผลัดดันเข้าแผนงบประมาณของ อบต. เพื่อสร้างความยันยืนนายมุสตอฝา สุขมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล การทำงานเชิงประเด็นให้ความสำคัญพื้นที่ ร่วมคิดร่วมทำ เปิดประเด็นงดเหล้าพรรษา และต่อยอดประเด็นอื่นๆในพื้นที่ เช่นประเด็นบุหรี่ กระท่อม เป็นต้น ทั้งนี้ เน้นการสร้างความเข้มแข็งแกนนำ สามารถทำงานในพื้นที่ได้อย่างมีความสุข

    นายวันอาฟันดี เจ๊ะสาเหาะ จากศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง ได้ให้ความเห็นถึงบทบาทของเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสตูล รับบทบาทในการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้แกนเพื่อให้สามารถทำงานกับทาง พื้นที่ และเป็นพี่เลี้ยงในการขับเคลื่อนงาน พร้อมถอดบทเรียนเพื่อการต่อยอดในการทำงานและขยายพื้นที่การทำงานในอนาคต

    นายนพดล นพสุวรรณ ตัวแทนจากสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัดสตูล (สสจ.) ได้กล่าว

    โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา เป็นโครงการที่ดี ทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง และพื้นที่สตูลยังมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ คือ การบริโภคยาสูบที่ติดอับดับต้นๆของประเทศ ผมขอเสนอแนะให้ทำประเด็นลดยาสูบด้วย เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพคนสตูลทั้งนี้ การเสนองาน ครั้งนี้ มิใช่การเพิ่มภาระให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)และพื้นที่ แต่เป็นการทำงานร่วมภายใต้การสนับสนุนของพื้นที่ โดยมีเครือข่ายองค์กรงดเหล้ามาขับเคลื่อนงานร่วม เพื่อลดนักดื่มหน้าเก่า สกัดนักดื่มหน้าใหม่ ส่งเสริมการปฎิบัติตามกฎหมาย

    #เครือข่ายองค์กรงดเหล้า#งดเหล้าใต้ล่าง#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ#สสส#ชมรมคนหัวใจเพชร#สคลใต้ล่าง#งดเหล้า

  • สคล.นราธิวาส “ยกย่องบุคคลต้นแบบ ลด ละ เลิก บุหรี่” จากการขับเคลื่อนงานของชุมชน

    สคล.นราธิวาส “ยกย่องบุคคลต้นแบบ ลด ละ เลิก บุหรี่” จากการขับเคลื่อนงานของชุมชน

    เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง “จัดเวทีเชิดชูเกียรติ ยกย่องบุคคลต้นแบบในการลด ละ เลิก บุหรี่ ในปี 2564” เพื่อเชิดชูและให้กำลังใจบุคคลต้นแบบ ที่สามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างต่อเนื่อง

    จากการขับเคลื่อนงานในปี 2564 ที่ผ่านมาทำให้มีคนหัวใจหิน จำนวน 2 ท่าน (เลิกบุหรี่ 3 เดือน) คนหัวใจเหล็ก จำนวน 9 ท่าน (เลิกบุหรี่ 1-3 ปี) และคนหัวใจเพชร อีกจำนวน 2 ท่าน (เลิกบุหรี่ 3 ปี ขึ้นไปจนถึงตลอดชีวิต) เวทีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอำเภอตากใบเป็นผู้มอบเกียรติบัตรครั้งนี้

    คุณสังคม เกิดก่อ นายอำเภอตากใบ เป็นประธานมอบประกาศเกียรติบัตรและเหรียญให้บุคคลต้นแบบ พร้อมให้กำลังใจกับบุคคลที่กำลัง ลด ละ เลิก บุหรี่ต่อไป กล่าวว่า “สำหรับการเลิกบุหรี่อาจจะยาก แต่ถ้าจิตใจเราเข้มแข็ง มีเป้าหมายอย่างชัดเจน สักวันเราจะทำได้และเราจะภูมิใจกับมัน ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนนะครับ”

    สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีมอบประกาศเกียรติบัตรและเหรียญเท่านั้น แต่ยังมีการจัดเวทีเสวนาเล็กๆ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การ ลด ละ เลิก บุหรี่ จากบุคคลต้นแบบ ประกอบด้วย คนหัวใจเพชร คนหัวใจเหล็ก คนหัวใจหิน และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตากใบ ที่ร่วมเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับบุหรี่ “เทคนิคการเลิกบุหรี่อย่างไรให้ปลอดภัย” “การสูบบุหรี่ทำให้หายเครียดจริงไหม?” “บุหรี่ม้วนไหนเลิกยากที่สุด” เป็นต้น

    คุณรอมือลี นิโลง คนหัวใจเพชร ได้เล่าประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า การเลิกสูบบุหรี่ของตนเองเกิดจากที่ตนเองมีสุขภาพที่ย่ำแย่ ถึงขั้นต้องทำบอลลูน และเกิดจากที่ตนเองเป็นคนศาสนาอิสลาม รู้สึกว่าเวลาที่ตนเองละหมาดร่างกายไม่สะอาดยังมีสิ่งสกปรกอยู่ ทำให้การละหมาดนั้นไม่เข้าถึงอัลลอฮ์ (พระเจ้าที่ตนเองนับถือ) บวกกับแกนนำศาสนาในพื้นที่ให้เข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้ตนเองตัดสินใจเข้าร่วมโดยไม่ได้ลังเลอะไร หลังจากที่ตนเองเลิกบุหรี่ได้แล้วกลับมีความรู้สึกต่างกันกับช่วงที่ตนเองสูบบุหรี่ คือ “ช่วงที่สูบบุหรี่ตนเองจะไม่ได้รับกลิ่นของบุหรี่เลย แต่พอตนเองเลิกบุหรี่ได้ รู้สึกว่าพออยู่ใกล้กับคนที่สูบบุหรี่รู้สึกเหม็น อยากจะอ้วก และรู้สึกว่าสุขภาพตนเองดีขึ้น รู้สึกตนเองสะอาดขึ้น

    คุณมูฮำมัด รอหิง คนหัวใจเหล็ก ได้เล่าว่า ตนเองเลิกบุหรี่เพราะลูกมาถามว่าเมื่อไรจะเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งตนเองก็ได้รับปากกับลูกว่าเดียวจะเลิก และตนเองก็พยายามเลิกหลายครั้งแต่บางครั้งไม่สำหรับเพราะสภาพแวดล้อม เพื่อนชวน ต้องเข้าสังคม ทำให้กลับมาสูบบุหรี่ใหม่ ต่อมาลูกมาขอร้องอีกว่าเมื่อไรจะเลิก ตนเองเลยตัดสินใจอย่างแน่วแน่นว่าจะเลิกให้ได้ โดยในช่วงที่ตนเองเลิกบุหรี่จะไม่ไปที่คนเยอะ เช่น ร้านน้ำชา และช่วงมีความอยากตนเองก็จะหันมาดื่มกาแฟแทน เพราะในกาแฟมีกาเฟอีนที่ทำให้ติด ส่วนในบุหรี่เองก็มีสารนิโคตินที่ทำให้ติดเหมือนกัน ตนเองยอมรับว่า “บุหรี่เลิกได้ แต่ยากที่จะลืม

    คุณซำซูเด็ง สาและ คนหัวใจหิน เล่าว่าตนเองเลิกบุหรี่เพราะคนรักขอร้อง ตนเองยอมรับเลยว่า การเลิกบุหรี่ทำได้ แต่ยาก ทางที่ดีใครที่ยังไม่ได้เข้ามายุ่งกับบุหรี่ อย่าคิดที่จะลองเลย เพราะถ้าติดแล้ว เลิกยาก” ซึ่งจากเวทีได้มีการแลกเปลี่ยนและเพิ่มองค์ความรู้ทางวิชาการพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะเลิกบุหรี่ได้ คือ เราต้องตั้งจิตใจอย่างแน่วแน่ มั่นคง และบอกกับตัวเองทุกวันว่า “ฉันไม่สูบบุหรี่

    การจัดเวทีครั้งนี้ทำให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุขอำเภอตากใบ โรงพยาบาลอำเภอตากใบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำบ้านทายขาว,บ้านกูบู ตำบลไพรวัน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล บางขุนทอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลศาลาใหม่ ซึ่งเป็นมินิหมายที่ดีในการขับเคลื่อนงานต่อไป

    #สสส#งดเหล้า#เครือข่ายงดเหล้า#สคลใต้ล่าง#งดเหล้าใต้ล่าง#ชมรมคนเลิกบุหรี่นราธิวาส#มัสยิดปลอดบุหรี่#ชุมชนคนเลิกบุหรี่

  • MOU.“สร้างห้องเรียนชุมชนในพื้นที่ต้นแบบให้นักศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้แนวใหม่”

    MOU.“สร้างห้องเรียนชุมชนในพื้นที่ต้นแบบให้นักศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้แนวใหม่”

    เครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบนจับมือ มรภ.สุราษฎร์ธานี พัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ ทำพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ สร้างห้องเรียนชุมชนในพื้นที่ต้นแบบให้นักศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้แนวใหม่ตามแนวทางสร้างวิศวกรสังคม

             เครือข่ายงดเหล้า โดยการสนับสนุนจาก สนง.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส) ก้าวสู่ทศวรรษใหม่ของการดำเนินงานด้านการลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ประกาศวาระสำคัญ สร้างการเรียนรู้ พัฒนาคุณภาพชีวิต สู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมทางสุขภาพ นับหนึ่งสร้างการเรียนรู้ร่วมกับสถาบันวิชาการ มุ่งสร้างความรู้จากการปฏิบัติการจริง

    วันที่ 18 มกราคม 2565 ณ.ห้องประชุมลีลาวดี คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมระหว่าง ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน และ คณะบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ภายใต้ความร่วมมือภาควิชาการโดยใช้ พื้นที่ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้างดปัจจัยเสี่ยง (ชุมชนสู้เหล้า) ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานของเครือข่ายงดเหล้า และ ภายใต้สถานการณ์ไวรัสโควิด -19 เพื่อพัฒนาความสามารถชุมชนในการดำเนินงานด้านการลดปัจจัยเสี่ยงที่มากกว่าการทำงานเรื่องเหล้า ในขณะที่ทางมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวด้านการเรียนการสอน เนื่องจากการรับมือและขับเคลื่อนงานในชุมชน ในภาวะวิกฤตนั้นทำอย่างไร ทางนักศึกษาต้องไปเรียนรู้ ในขณะที่ทางนักศึกษาเองก็มีอัตราการต้องออกจากการเรียนด้วยปัญหาเศรษฐกิจ ยิ่งมีเยอะการจับมือกันเพื่อการสร้างการเรียนรู้แนวใหม่และการช่วยเหลือครอบครัวและเด็ก-เยาวชนในชุมชนเป้าหมายจึงเป็นอีกแนวทางใหม่การภาคการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี โดยในการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้มีการกำหนดภารกิจร่วมกันดังนี้

    1. พัฒนาและติดตามประเมินผลโครงการเชิงเสริมพลังกับประชาคมงดเหล้า 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ภายใต้แนวทางการพัฒนาโครงการประชาคมจังหวัดปี 2564 / 2566 ในเดือนพฤษภาคม 2564 – เมษายน 2566
    2. พัฒนาทักษะ / เสริมศักยภาพ เพื่อพัฒนาและเติมเต็มให้ประชาคมงดเหล้าจังหวัดและแกนนำชุมชน ภายใต้การการตกลงและประสานงาน ซึ่งเห็นร่วมกันว่า ควรพัฒนาทักษะอะไรบ้าง
    3. การติดตามและเขียนหนังสือ สรุปบทเรียนการเรียนรู้เรื่องเล่าจากพื้นที่ กับ แกนนำประชาคมจังหวัดที่มีบทบาทเด่น ๆ รวมถึง กรณีศึกษาคนเลิกเหล้าหรือคนชวนคนอื่นเลิกเหล้าที่ น่าสนใจ โดยจัดทำเป็นหนังสือ 1 เล่ม
    4. เพื่อเป็นการพัฒนาเชิงงานวิชาการชุมชนสู่ความเข้มแข็งพึ่งตนเอง และยกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้แก่นักศึกษาและประชาชนทั่วไป

    โดยหลังจากพิธีลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือทาง ผู้ช่วยศาตราจารย์ธาตรี คำแหงคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่า ทางคณะได้มีนโยบายที่สำคัญคือการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่หลากกลาย โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน โดยเน้นวิธีการทำงานแบบสร้างความสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม และชุมชน และจากการติดตามสรุปบทเรียนและการหนุนเสริมทางวิชาการกับเครือข่ายงดเหล้าและชุมชนต้นแบบ มาระยะหนึ่งและเห็นว่า การให้นักศึกษาได้ไปเรียนรู้ภายใต้การ การให้ความรู้เชิงทฤษฎีโดยทีมอาจารย์จะเป็น เรื่องใหม่และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในครั้งนี้ ได้มอบหมายให้สาขาวิชาพัฒนาชุมชน ทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการ และให้อาจารย์และนักศึกษาลงชุมชนค้นหาและ เรียนรู้การปฏิบัติการจริงของคนในชุมชนและบริบทแวดล้อมหรือที่เรียกภูมินิเวศน์การเรียนรู้ เพื่อยกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับแนวทางของสถาบันคือการสร้างวิศวกรทางสังคม

    ด้านนายธีระ วัชระปราณี ผู้จัดการเครือข่ายองค์กรงดเหล้ากล่าวว่า 

    ทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ได้ดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพมาตั้งแต่ปี 2546 โดยมุ่งเน้นลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งดำเนินงานทั้งด้านเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคน มาตรการจัดสภาพแวดล้อมปลอดเหล้า รวมถึงด้านนโนบายที่มุ่งให้เกิดการเข้าถึงได้ยากมากขึ้น ในส่วนของพื้นที่ชุมชน ได้ส่งเสริมให้เกิดชุมชนสู้เหล้าทั่วประเทศกว่า 179 ชุมชนและในภาคใต้ตอนบนมี 16 ชุมชนที่ทำงานระดับตำบล จาก 7 จังหวัด ซึ่งการทำงานใช้เรื่องเหล้า-เบียร์และบุหรี่ เป็นเครื่องมือในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และมีความสามารถในการรับมือโรคระบาดใหม่อย่างโควิด-19 ส่วนการสร้างความร่วมมือกับสถาบันทางวิชาการก็หวังว่า จะเกิดการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อไปสู่เป้าหมายการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และที่สำคัญคือทางมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี ก็จะได้ใช้โอกาสนี้ในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้นักศึกษาได้ลงไปเรียนรู้จากพื้นที่จริง อีกทั้งจะเป็นต้นแบบในการทำงานเชิงเครือข่ายให้เครือข่ายในภูมิภาคอื่นได้เรียนรู้ต่อไป

    นายวรวุฒิ ประสานพจน์ตัวแทนประชาคมเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน กล่าวเสริมว่า

    เครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบนประกอบด้วย 7 จังหวัดและทำงานขับเคลื่อนเน้นกลุ่มเป้าหมายเด็กเยาวชนและ พื้นที่ชุมชน ในการขับเคลื่อนงานงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง โดยบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกันของ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานีและ เครือข่ายงดเหล้ามาระยะหนึ่ง และการจัดเวทีบันทึกข้อตกลงร่วมกันครั้งนี้จะเป็นการ พัฒนาและหนุนเสริม การทำงานของประชาคมงดเหล้าจังหวัดและ ชุมชนสู้เหล้าได้อย่างดีทั้งมิติการ ชวนคนงดเหล้าและการพัฒนายกระดับชุมชนภายใต้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ให้รับมือและจัดการตนเองได้อย่างเข้มแข็งและเป็นต้นแบบเพื่อใช้ขยายผลสู่พื้นที่ชุมชนอื่นต่อไป

  • คุย เที่ยว กิน : วิถีถิ่นริมเจ้าพระยา

    คุย เที่ยว กิน : วิถีถิ่นริมเจ้าพระยา

    ท่องเที่ยวชุมชนปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง เลี่ยงโควิด

    สสส. และเครือข่ายงดเหล้า ร่วมกับภาคีชุมชนกุฎีขาว จัดกิจกรรม คุย เที่ยว กิน : วิถีถิ่นริมเจ้าพระยาสายเก่า ในย่านกะดีจีน ธนบุรี กรุงเทพฯซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่กว่า 200 ปี เป็นกิจกรรมเที่ยวชมความคลาสสิก เยือนถิ่นชาวโปรตุเกส ชมบ้านวินเทจ มัสยิดเก่า และวัดจีน ที่เป็นสถาปัตยกรรมงานปูนปั้นในยุคกรุงธนบุรี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในความหลากหลายทางวัฒนธรรม 3 ศาสนา(พุทธ คริสต์ อิสลาม) 4 ความเชื่อ (พุทธเถรวาท พุทธมหายาน คริสต์ และมุสลิม) ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ทุกคนอยากมาสัมผัสเที่ยวชมวิถีถิ่น

    ชุมชนกุฎีขาว คลองบางหลวง ย่านกะดีจีน เป็นชุมชนย่านประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยชุมชนเล็กๆ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวัดประยุรวงศ์ ชุมชนบุปผาราม ชุมชนกุฎีขาว และชุมชนโรงคราม และเป็นหนึ่งในชุมชนเก่าแก่ ที่ชาวไทยมุสลิมกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันอยู่บริเวณปากคลองบางหลวง (ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่) โดยชุมชนมุสลิมที่นี่ได้ก่อร่างสร้างชุมชนมาพร้อมๆกับการตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ มีบรรพบุรุษของชาวชุมชนเป็นแขกจาม (ชาวมุสลิมจากอาณาจักรจัมปาในเขมร ที่เข้ามาเป็นกองอาสาจาม) และแขกแพ (ปลูกแพอยู่) ที่อพยพมาจากอยุธยาเมื่อคราวกรุงแตกชุมชนกุฎีขาว(มัสยิดบางหลวง) และอยู่ร่วมกันมาอย่างสันติสุขตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจวบจนปัจจุบัน

    นายธีรนันท์ ช่วงวิชิต ประชาคมย่านกะดจีน-คลองสาน กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวโดยชุมชน เกิดจากเป็นพื้นที่ศึกษาดูงานเป็นลักษณะ Case study ในเชิงของพหุวัฒนธรรม เป็นชุมชนที่มีประชาชนอาศัยอยู่หลากหลายศาสนา หลากหลายทางวัฒนธรรม ที่แต่มีความเป็นอยู่อย่างมีความสุข โดยย่านกะดีจีนจะมีจุดเด่นของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนในเขตเมืองใหญ่ อย่างเช่นกรุงเทพฯ  เนื่องจากเป็นวิถีของความเป็นชนบทที่ตั้งอยู่ในเมือง ง่ายต่อการจัดการ มีความร่วมมือกันเพราะชุมชนอยู่ร่วมกันในรูปแบบของความเป็นชนบทมีความเกื้อกูลกัน มีกระบวนการของการเรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การประชุมกลุ่มย่อย  การพูดคุยอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การใช้ความสุขเป็นตัวชี้วัดในการจัดการแทนเงินทอง ซึ่งเป็นการอยู่ร่วมกันโดยปราศจากความขัดแย้งของคนในชุมชน

    สำหรับมัสยิดบางหลวง เป็นสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบคล้ายพระอุโบสถและพระวิหารทรงไทย “หนึ่งเดียวในโลก” ซึ่งเป็นรูปแบบพระราชนิยมในสมัยนั้น สันนิษฐานกันว่าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง และสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3  โดยอาคารมีการประยุกต์และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอยรวมถึงการประดับตกแต่งที่เหมาะสมและสอดคล้องกับท้องถิ่น

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้ประสานงานวัฒนธรรมสร้างสุขท่องเที่ยวปลอดภัย กล่าวว่า การจัดงาน “คุย กินเที่ยว วิถีถิ่นริมเจ้าพระยา (สายเก่า)” ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง เลี่ยงโควิด เป็นการจัดการท่องเที่ยวการกุศล เพื่อหารายได้เข้าศูนย์จริยธรรมคุณธรรมมัสยิดบางหลวง เป็นการบริหารจัดงานท่องเที่ยว โดยเน้นให้ชุมชนรวมตัวกันจัดการด้วยตนเอง เนื่องจากต้องการเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยว เกิดความเข้าใจในวัฒนธรรมของชุมชนต่างๆ และที่ชุมชนกุฎีขาวเป็นชาวมุสลิม ซึ่งจะเป็นการสื่อสารวัฒนธรรมของชาวมุสลิม ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่หลากหลาย อาทิ กิจกรรมภาพเก่าเล่าเรื่อง ล่องเรือชมสองฝั่งคลองบางหลวง(เจ้าพระยาสายเก่า) ชมนิทรรศการเพื่อการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมมุสลิม ตั้งแต่เปลนอน จนกระทั่งถึงหลุมฝังศพ มีลานวัฒนธรรมชุมชน Street Art และชมการแสดงลิเกฮูลู กระบี่-กระบอง กลองรำมะนา ลิ้มลองรสชาติของเครื่องดื่ม และอาหารวิถีถิ่น  ทั้งนี้มีการประกวด “ของกินมุสลิมฝั่งธนฯ : ซุปหางโค และยังมีเวทีเสวนา “ศาสตร์/ศิลป์ในแขก” เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ สำหรับมัสยิดบางหลวง เป็นสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบคล้ายพระอุโบสถและพระวิหารทรงไทย หนึ่งเดียวในโลก ซึ่งเป็นรูปแบบพระราชนิยมในสมัยนั้น สันนิษฐานกันว่าได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์หลายครั้ง และสร้างขึ้นใหม่ โดยอาคารมีการประยุกต์และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอยรวมถึงการประดับตกแต่งที่เหมาะสมและสอดคล้องกับท้องถิ่น ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบต่อไป

    ซึ่งการเที่ยวชมงานครั้งนี้ ทางผู้จัดมีมาตรการดูแลความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้มาเที่ยวชมงาน โดยก่อนเข้างานขอให้นักท่องเที่ยงแสดงหลักฐานผ่านการฉีดวัคซีนมาเรียบร้อยแล้ว และลงทะเบียน ไทยชนะ พร้อมกับการวัดอุณหภูมิ ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ ตามมาตรการทางสาธารณสุขเพื่อความปลอดภัย