Category: ท่องเที่ยวชุมชน

ท่องเที่ยวชุมชน (CBT) งานที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวชุมชน สุขภาวะ

  • สสส.และเครือข่ายงดเหล้า หนุน 35 ชุมชนท่องเที่ยวปลอดเหล้าทั่วไทย เน้นพื้นที่สร้างสรรค์ ลดผลกระทบ เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ยกระดับคุณภาพมาตรฐานและมีความปลอดภัย สร้างรายได้ให้ชุมชน นำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

    สสส.และเครือข่ายงดเหล้า หนุน 35 ชุมชนท่องเที่ยวปลอดเหล้าทั่วไทย เน้นพื้นที่สร้างสรรค์ ลดผลกระทบ เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ยกระดับคุณภาพมาตรฐานและมีความปลอดภัย สร้างรายได้ให้ชุมชน นำสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

    วันที่ 6 กันยายน 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย โดยเชิญชุมชนร่วมถอดบทเรียนงาน พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณในพื้นที่ทั้ง 4 ภาค จำนวน  35 ชุมชน 

    เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ประธานเครือข่ายงดเหล้า และผู้แทนจาก สสส. กล่าวว่า การท่องเที่ยวชุมชนจะเน้นการนำอัตลักษณ์ ของดีเด่น รวมทั้งประวัติศาสตร์วัฒนธรรมมาใช้เพื่อต่อยอด สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ อันเป็นการเพิ่มรายได้ให้ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และเปิดพื้นที่ให้กับคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมออกแบบ ต่อยอด สร้างอาชีพใหม่ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในอนาคต ดังนั้น ชุมชนที่จัดการท่องเที่ยว จึงควรมีกฎ กติกา หรือมาตรการ ของชุมชนเอง เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นจะเห็นได้จากในข่าวต่างๆ ที่เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท อาชญากรรม การล่วงละเมิด ข่มขืน ทำให้การท่องเที่ยวไม่ปลอดภัย ซึ่งทำลายบรรยากาศความสุขในการท่องเที่ยว อาจก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบตามมาในสังคม ซึ่งส่งผลเป็นการทำลายภาพลักษณ์และบรรยากาศของการท่องเที่ยวต่าง ๆ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่าด้วยเรื่อง “สถานที่สาธารณะ” แต่ก็ยังครอบคลุมไม่ถึงแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน ทั้งนี้เครือข่ายงดเหล้า มีความกังวล ในเรื่องการผลักดันนโยบายสุราเสรี หากเกิดขึ้นในชุมชน นอกจากจะเพิ่มนักดื่มมากขึ้นแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่ด้วย และเรื่องนี้จะเป็นอันตรายเพราะจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย

    ในขณะที่ นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขการท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดภัยฯ เปิดเผยว่า การส่งเสริมงานวัฒนธรรมสร้างสุข แหล่งท่องเที่ยวปลอดภัย ในแผนงานนโยบายสาธารณะ เป็นการส่งเสริมชุมชนจากพื้นที่ทำงานงดเหล้าในงานบุญ ประเพณีปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยกระดับต่อยอด ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยนำทรัพยากรในพื้นที่ชุมชน มาพัฒนาสร้างคุณค่า ต่อยอดจากเดิมเป็นสิ่งใหม่ๆ เสริมสร้างองค์ความรู้ หาแนวคิดให้ชุมชนมีขีดความสามารถในการจัดการชุมชนตนเองสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน เริ่มจากการเชื่อมร้อยเส้นทางกับแหล่งท่องเที่ยวหลัก เข้าสู่โหมดกิจกรรมของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการนำต้นทุนทางภูมิปัญญา ทรัพยากรธรรมชาติมาเสริมสร้างอัตลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นผ่านโปรแกรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นผู้กำหนดขึ้น เช่น การใช้สมุนไพร อาหารพื้นบ้าน การล่องเรือ การเดินป่า ชมความงดงามและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชน อีกทั้งนำผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา มาพัฒนาให้มีมาตรฐาน รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ในชุมชนที่มีกติกาดูแลคนในชุมชน มีที่พักโฮมสเตย์ ที่มีความปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยแก่เด็ก เยาวชน คนในและนอกพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวและสร้างสังคมที่ดี เกิดการมีส่วนร่วมและกลายเป็นชุมชนแหล่งเรียนรู้ รักษ์สิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี เกิดการสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชน จนกลายเป็นวัฒนธรรมสร้างสุขในชุมชนอย่างยั่งยืน 

    ทางด้านนายชาญวิทูร  สุขสว่างไกร ผู้ประสานงานท่องเที่ยวชุมชนคูเต่า อ.บางกล่ำ จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลว่า วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา เป็นวิถีท่องเที่ยวชุมชนแบบพรุ สวน ควน คลอง เล  แบ่งเป็น 2 โซน  คือ พื้นที่วัดคูเต่า เป็นวิถีชีวิตของคนริมคลองอู่ตะเภาตอนล่าง โดยนำสมุนไพรเป็นภูมิปัญญามาแปรรูป สามารถสร้างรายได้ กำหนดเส้นทางท่องเที่ยวแบบเชื่อมพื้นที่กัน กิจกรรมปั่นจักรยานเที่ยวชมโบราณสถาน กิจกรรมฝาผนัง และพิพิธภัณฑ์ ที่โคกเมืองจะเป็นระบบนิเวศน์ชายฝั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะประกอบอาชีพประมง เป็นการท่องเที่ยวแบบชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลน และวิถีชุมชน ปิ่นโตร้อยสาย เป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้ลิ้มรส เมนูอาหารพื้นบ้านจากชุมชนอย่างแท้จริง โดยส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงเส้นทางในพื้นที่ท่องเที่ยวทั้งกระแสหลัก และรอง  พร้อมกับการส่งเสริมอาชีพสอดคล้องวิถีความเป็นอยู่กับวัฒนธรรม ตลอดจนการมีแนวคิดที่จะพัฒนาสินค้าและอาชีพให้กับคนในชุมชน ยกระดับชุมชน ในการให้บริการ โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวด้วยความปลอดภัย ซึ่งมีกติกาข้อตกลงในชุมชน ไม่เปิดให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามายุ่งเกี่ยว เพื่อความปลอดภัยของชุมชนและนักท่องเที่ยวด้วย

    นายบุญอนันต์ เหล่อโพ ผู้ประสานงานชุมชนบ้านแพมบก อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เล่าว่า พื้นที่ชุมชนเป็นหมู่บ้านชาวไทใหญ่มีบริบทที่อยู่ท่ามกลางขุนเขา เน้นบรรยากาศ ขายความเป็นธรรมชาติ ซึ่งมีไฮไลต์ คือ สะพานบุญโขกู้โส่ สะพานบุญแห่งศรัทธา เป็นสะพานไม้ไผ่ทอดยาวกลางหุบเขา ทรัพยากรในชุมชน พัฒนาเป็นเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และยกระดับเป็นชุมชนจัดการตนเอง สามารถรับนักท่องเที่ยวมาเรียนรู้กระบวนการ กิจกรรมเป็นการพานักท่องเที่ยวโดยนั่งรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสัมผัสบรรยากาศ สวนเกษตรอินทรีย์ซึ่งเป็นแหล่งปลูกซาโยเต้ หรือฟักแม้วที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอปาย มีทั้งผักกูด ที่สามารถให้นักท่องเที่ยวเก็บมาปรุงเป็นอาหารเย็น รับประทานกับน้ำพริกคั่วทรายที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของชาวไทยใหญ่ ชมการสาธิตทำไม้กวาดปุ๋มเป้งภูมิปัญญาพื้นถิ่น และบ้านพักโฮมสเตย์ในแบบไทใหญ่ ด้วยชุมชนเราเป็นพื้นที่ทำงานรณรงค์งดเหล้าจึงไม่มีการบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ร้านค้าในชุมชนจึงเน้นปฏิบัติตามพรบ. เครื่องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อความสงบเรียบร้อยในชุมชน ซึ่งเป็นกติการที่คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวควรต้องปฏิบัติตาม

    ในกิจกรรมมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความสำเร็จของชุมชนท่องเที่ยวโดยมี 5 พื้นที่ คือ  1. วิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้าเชียงคานวัดป่าใต้ จังหวัดเลย  2. วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา 3. ชุมชนการท่องเที่ยวบ้านแพมบก จังหวัดแม่ฮ่องสอน 4. วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด  5. ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลไทยชนะศึก จังหวัดสุโขทัย เพื่อเป็นกรณีศึกษาเพื่อเรียนรู้ร่วมกันในครั้งนี้

  • เวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยชุมชน สู่กิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่

    เวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ โดยชุมชน สู่กิจกรรมรณรงค์ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง เหล้า – บุหรี่

    สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินงานการพัฒนากลไกขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมชุมชนในแต่ละพื้นที่ โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการทำงานรวม 35 พื้นที่ ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาค

    วันที่ 22 – 24 มิถุนายน 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มีกำหนดการ จัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” ณ วิสาหกิจชุมชนเพ็ชรคีรีโฮมสเตย์ ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระดับภูมิภาค ที่มีชุมชนการท่องเที่ยวให้ความสนใจ ทั้งจากภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมชนวัฒนธรรมเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี (นครศรีฯ) ชุมชนตำบลเวียงสระ (สุราษฎร์ฯ) และ ภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ ชุมชนนาข้าวเสีย (ตรัง) ชุมชนตำบลคลอขุด (สตูล) ชุมชนโคกเมือง (สงขลา) และ ชุมชนวัดคูเต่า (สงขลา) โดยมี ชุมชนคีรีวง (นครศรีฯ) ทำหน้าที่ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนะเคล็ดลับความสำเร็จ ทำอย่างไรให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ” . . . เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” มีการมุ่งเน้นในเรื่องของการรื้อฟื้นวิถีวัฒนธรรมพื้นถิ่นในระดับชุมชน มีการใช้การท่องเที่ยวโดยชุมชนในการขับเคลื่อนงาน วันนี้เราได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งมีชุมชนคนสู้เหล้า ที่ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะ พร้อม ๆ กับการทำท่องเที่ยวชุมชน ดังนั้น เวทีนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวทางการทำงานที่ผ่านมา ทำอย่างไรถึงสำเร็จ และ ทำอย่างไรจึงจะยั่งยืน อยากให้ทุกชุมชนได้ร่วมพูดคุยกันในวันนี้ค่ะ . . . “

    นางสาวมาลัย มินศรี ผู้จัดการแผนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)

    ” . . . ชุมชนคีรีวงนั้น เริ่มต้นทำการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ ปี 39 ปัจจุบัน รวมแล้ว 26 ปี
    หัวใจสำคัญของการทำท่องเที่ยวชุมชน ที่เรายึดมั่นมาตลอด คือ ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง
    มีจุดยืนที่แน่วแน่ มีความยืดหยุ่นในการทำงาน พร้อมรับฟังความคิดเห็นข้อดี ข้อเสีย
    จากชุมชนเองและนักท่องเที่ยว เราใส่ใจการบริการ ความปลอดภัยต้องมาเป็นลำดับแรก
    โจรขโมยของ คนเมาทะเลาะวิวาท ส่งเสียงดัง ปัจจุบันมีน้อย เพราะผู้คนในชุมชน
    ช่วยกันดูแล เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ชุมชนและที่สำคัญ อย่าเปลี่ยนแปลงตัวเอง
    ให้เหมือนคนอื่น เราต้องเป็นตัวเรา เขาถึงมา นั้นแหละถึงจะเกิดความยั่งยืน . . . “

    นางสาวอาจินต์ เพ็ชรวงศ์ วิสาหกิจเพ็ชรคีรี โฮมสเตย์ บ้านคีรีวง จังหวัดนครศรีธรรมราช

    เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ” การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ” ในครั้งนี้ถือเป็นการเชื่อมภาคีเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนของภาคใต้ตอนบน และ ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งถือเป็นโอกาสดี ที่บางชุมชน สามารถยกระดับตัวเอง สู่ชุมชนท่องเที่ยวที่นำเอาวัฒนธรรม วิถีชีวิต มาเป็นกลไกขับเคลื่อนงานควบคู่ไปกับการรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยง ซึ่งสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) จะมีศูนย์ประสานงานภาคคอยหนุนเสริม สนับสนุนกิจกรรมของชุมชน เพื่อสร้างความต่อเนื่อง

    อีกทั้ง ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มาแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การจัดการ การท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมของชุมชน ทำให้ทางพื้นที่ได้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวขึ้นเพื่อ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ชุมชนเกิดรายได้จากการท่องเที่ยว รวมถึงการรื้อฟื้นวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะถ่ายทอดสู่กลุ่มคนรุ่นหลังอย่างยั่งยืนมากขึ้น

    ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่
    Facebook : งดเหล้าใต้ล่าง
    ลิ้ง : https://www.facebook.com/southstopdrink7
    สถานที่ : ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนล่าง

    ภาพ / ข่าว : ธนบดี เจริญผล

  • ชุมชนบ้านไทรทอง เตรียมเปิดพื้นที่เด็ก-เยาวชนศึกษานกเงือก

    ชุมชนบ้านไทรทอง เตรียมเปิดพื้นที่เด็ก-เยาวชนศึกษานกเงือก

               เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2566 ทางชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงบ้านไทรทอง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติศรีพังงา สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลบางวัน และกลุ่มเยาวชนเขาเงือกทอง  ได้จัดกิจกรรมพัฒนาสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนไทรทอง  ณ ศูนย์ท่องเที่ยวชุมชนไทรทอง (ฝายไทรทอง) ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 

    โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มเด็กเยาวชนที่สนใจธรรมชาติ ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ “นกเงือก” หรือ “Hornbills” เป็นนกขนาดใหญ่ มีปากและโหนกที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในชุมชนบ้านไทรทองมีนกเงือกอาศัยอยู่ถึง 7 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิด ในประเทศไทย นกเงือกจึงเป็นตัวบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของป่าในชุมชนได้เป็นอย่างดี และให้กลุ่มเด็กเยาวชนทำกิจกรรมวาดภาพนกเงือกที่ตัวเองได้สำรวจในพื้นที่ นอกจากนี้ทางชุมชนได้พัฒนาปรับปรุงศูนย์ท่องเที่ยวชุมชนไทรทอง(ฝายไทรทอง) ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 40 คน

    ในประเทศไทยเรามีนกเงือกให้จดจำกันถึง 13 ชนิด ดังนี้
    1. นกกก หรือนกกาฮัง (Great Hornbill)
    2. นกเงือกหัวแรด (Rhinoceros Hornbill)
    3. นกชนหิน (Helmeted Hornbill)
    4. นกแก๊ก (Oriental pied Hornbill)
    5. นกเงือกกรามช้าง (Wreathed Hornbill)
    6. นกเงือกกรามช้างปากเรียบ (Plain-pouched Hornbill)
    7. นกเงือกคอแดง (Rufous-necked Hornbill)
    8. นกเงือกดำ (Black Hornbill)
    9. นกเงือกปากดำ (Bushy-crested Hornbill)
    10. นกเงือกปากย่น (Wrinkled Hornbill)
    11. นกเงือกสีน้ำตาล (Tickell’s brown hornbill)
    12. นกเงือกสีน้ำตาลคอขาว (White-throated Brown Hornbill)
    13. นกเงือกหัวหงอก (White-crowned Hornbill)

    นางหทัยรัตน์ คงจันทร์ หรือ ผู้ใหญ่แขก แกนนำชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า ชุมชนมีกระบวนการรณรงค์ลดเลิกเหล้ามาอย่างต่อเนื่อง จนมีการตั้งกลุ่มเยาวชนเรียนรู้และอนุรักนกเงือกซึ่งมีชุกชมในชุมชนเพราะ มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงใช้กิจกรรมกรรมครั้งนี้เพื่อสร้างกระบวนการให้เยาวชนได้เรียนรู้ และ อนุรักษ์นกเงือก ในขณะที่ พัฒนาพื้นที่หน้าฝ่ายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปลอดภัยปลอดเหล้าและเป็นแหล่งเรียนรู้ในอนาคต

     ขอบคุณภาพนกเงือกทั้ง 13 ชนิด จาก https://www.facebook.com/environman.th/photos/a.1745027465625693/5599660750162326/
  • ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน workshop การสื่อสารงานท่องเที่ยวผ่านมือถือ

    ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน workshop การสื่อสารงานท่องเที่ยวผ่านมือถือ

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน ร่วมกับชุมชนท่องเที่ยวอำเภอเชียงคาน จัด workshop สำหรับกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวในเขตเทศบาลตำบลเชียงคาน ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เพื่อเสริมทักษะในด้านการสื่อสารงานท่องเที่ยวชุมชน การเผยแพร่เรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ เอกลักษณ์ อาหาร สินค้าชุมชน และอื่นๆ ที่ชุมชนอยากนำเสนอผ่านช่องทางการสื่อสารในโซเชียลมีเดีย เป็นความต้องการของชุมชนที่อยากพัฒนาการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ มีการเข้าถึงและรับรู้มากขึ้น โดยต้นทุนจะมีทั้ง เพจ , Facebook ส่วนตัว ,YouTube และ TikTok

    ชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงคานที่เข้าร่วม workshop การสื่อสารงานท่องเที่ยวผ่านมือถือ คือหนึ่งในพื้นที่ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมสร้างสุข ชุมชนท่องเที่ยวปลอดภัย ภาคอีสานตอนบน โดยการสนับสนุนของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบน และเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเลย ที่ได้ร่วมงานกันมา เพื่อยกระดับงานท่องเที่ยวชุมชนให้มีความน่าสนใจมากขึ้น จึงได้เกิดการพัฒนาศักยภาพขึ้นในครั้งนี้

    โดยมี นายศุภกิตติ์ คุณา Content Creator มาช่วยสอนในเรื่องการสื่อสาร วิธีการหาไอเดียทำ content และต่อยอดเทคนิคการเป็นนักสื่อสารจากชุมชน การผลิตสื่อด้วย canva capcut tiktok เพื่อนำไปใช้สื่อสารงานท่องเที่ยวบน social media ได้จริง มีการเรียนรู้ทั้งเรื่องของการโพสต์ Facebook การติดแฮชแท็ก (#) การใช้ข้อความที่ถูกต้อง หรือ สิ่งต้องห้ามโพสต์บนโซเชียลมีเดียในช่องทางต่างๆ

    การเข้าร่วม workshop ทุกคนได้ลงมือฝึก ปฏิบัติเอง และได้โพสต์จริงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของตัวเอง ซึ่งผู้เข้าร่วมมีความตื่นเต้นและกระตือรือร้นอย่างมาก หลายคนสามารถออกแบบการสื่อสาร และมีความเข้าใจเบื้องต้น สามารถทำต่อเองได้ และก็มีความสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติมอีก จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการที่จะมีการต่อยอดในครั้งหน้า เพื่อเสริมทักษะอื่นๆ รวมไปถึงการสื่อสารเพื่อขายสินค้าชุมชนอีกด้วย

  • ชาวเขาค่าย เชิญร่วมแสดงพลังแห่งความรัก ผ่านกิจกรรม“วิ่งโอบเขา….กอดเรา ไหว้พระ วัดน้ำตกพระยืน”

    ชาวเขาค่าย เชิญร่วมแสดงพลังแห่งความรัก ผ่านกิจกรรม“วิ่งโอบเขา….กอดเรา ไหว้พระ วัดน้ำตกพระยืน”

        การวิ่งเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดน้ำหนัก บำรุงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ลดความเครียด และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อป้องกันการเป็นโรคต่างๆ
        เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขาค่าย ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ทีม อสม.ตำบลเขาค่าย ร่วมกับ เครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดชุมพร/เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “วิ่งโอบเขา....กอดเรา ไหว้พระ วัดน้ำตกพระยืน” ครั้งที่ 2 เป็นการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพควบคู่กับการท่องเที่ยวชุมชน
        ด้านนายน้อย สวิงรัมย์ ประธาน อสม. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้พี่น้องในชุมชนทุกช่วงอายุได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และเป็นการโปรโมท “วัดน้ำตกรพระยืน” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนและเป็นที่สักการะหลวงปู่ทวด และเนื่องในสัปดาห์แห่งความรักจึงอยากให้มีการแสดงความรักอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการชวนกันมาวิ่งแบบคู่รัก ไม่ว่าจะเป็นคู่รักแบบแม่/ลูก ยาย/หลาน เพื่อน พี่/น้อง หรือสามี/ภรรยา ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวยังสมทบทุนให้กับทางวัดเพื่อเป็นค่าน้ำ-ค่าไฟให้กับทางวัด
        นอกจากนี้เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเด็นการสร้างเสริมสุขภาพให้ห่างไกลจากแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ และชักชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน
  • เสริมพลังการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมจัดตั้งนิติบุคคลวิสาหกิจการท่องเที่ยว โดยชุมชนบ้านชุมพล

    เสริมพลังการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมจัดตั้งนิติบุคคลวิสาหกิจการท่องเที่ยว โดยชุมชนบ้านชุมพล

    เสริมพลังการท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านชุมพลแหล่งท่องเที่ยวบ้านชุมพล ร่วมจัดตั้งนิติบุคคลวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชน

    ตำบลชุมพล อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพ เกษตรกรรมปลูกข้าวเป็นหลัก แต่ต่อมาข้าวราคาถูกชาวบ้านจึงหันมาทำไร่ นา สวน ผสมมากขึ้น มีการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา ทำพืชผักสวนครัว เป็นรายได้เสริม ต่อมาเมื่อมีถนนหลวงเส้นลำลูกกตัดผ่านจึงทำให้การเดินทางสะดวก สบาย กลุ่มเกษตรกร จึงรวมกลุ่มกัน จัดให้ชุมชนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เกษตรกรผันตัวเป็นผู้ประกอบการชุมชน เปิดบ้าน เป็นสถานที่พัก (Homestay)และนำกิจกรรมในวิถีชีวิตประจำวันมานำเสนอสู่สาธารณะ เช่น การเกี่ยวข้าว ตกปลา เก็บไข่เป็ด และพายเรือชมสวน เมื่อมีผู้คนสนใจ มาท่องเที่ยวมากขึ้น จึงรวมตัวกัน พัฒนาพื้นที่ให้สวยงามและจัดตั้งเป็นวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านชุมพลขึ้น โดยมี นางจิตรา มะหมัดยูซบ อดีตรองนายก อบต.ชุมพล เป็นประธาน และ นายสนอง อาลีอุสมาน อดีตกำนัน ต.ชุมพล เป็นรองประธาน การดำเนินงานครั้งนี้ เป็นการจัดตั้งให้กลุ่มเป็นนิติบุคคลให้ถูกต้องตามกฎหมาย และให้ภาครัฐเข้าร่วมในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

     นางจิตรา มะหะหมัดยูซบ กล่าวว่า การปรับตัวของกลุ่มเกษตรกร จากที่เราทำการเกษตร ทำไร่ ทำนา อยู่แล้ว ซึ่งเป็นวิถีประจำวันของเรา เมื่อมีคนมาถามไถ่หรือชื่นชมนาของเรา เราก็จะรู้สึกเฉย ๆ เพราะเราชินชากับวิถีชีวิตในแบบเรา แต่คนอื่น ผ่านมาเขามองนาข้าวทุ่งสีทอง ว่าสวยงาม น่าจับต้องและอยากเรียนรู้ เป็นเรื่องที่แตกต่างสำหรับเขา ความแตกต่างนี่แหละเราสามารถนำเสนอและหารายได้จากตรงนี้ จึงตัดสินใจชวนกันมาจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อสร้างรายได้เสริมสำหรับเกษตรกรอีกทางนึง

    จากการประชุม จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการวิสาหกิจการท่องเที่ยวโดยชุมชนขึ้นและหลังจากนี้ ทางกลุ่มจะสำรวจข้อมูล ของดี ของเด่น อัตลักษณ์ของแต่ละบ้านที่เข้าร่วมโครงการและจัดระบบเพื่อบริหารจัดการ การท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ และจัดทำโปรแกรมการท่องเที่ยว  ในการขับเคลื่อนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุจากโครงการวัฒนธรรมสร้างสุข การท่องเที่ยวปลอดภัย สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

    12 ก.พ.2566