Category: ท่องเที่ยวชุมชน

ท่องเที่ยวชุมชน (CBT) งานที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวชุมชน สุขภาวะ

  • “พิมายจากรุ่นสู่รุ่น” เมื่อเยาวชนเครือข่ายงดเหล้าพิมายพานักท่องเที่ยว ชม ชิม ของดี ของพิมาย

    “พิมายจากรุ่นสู่รุ่น” เมื่อเยาวชนเครือข่ายงดเหล้าพิมายพานักท่องเที่ยว ชม ชิม ของดี ของพิมาย

    เช่นกัน กับ พื้นที่ชุมชนต่างๆ ที่โครงการทำงานมา

    เราใช้เวลาระยะหนึ่งในการรวบรวมของดี คนดี และ วิเคราะห์ ทดลอง ระดมความคิดเพื่อเชื่อมโยงของดี คนดี เหล่านั้น โดยเน้นชุมชน และ เครือข่ายจังหวัดช่วยสนับสนุน

    อย่างที่ทราบกันดีว่า พิมาย เป็นชุมชนที่มีจุดแข็งทางด้านวัฒนธรมเขมร และ วัฒนธรรมอาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และ ถึงแม้กลุ่มทีมเยาวชน YSDN เราจะยังใหม่กับการทำกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ดังนั้นโครงการจึงตัดสินใจเลือก การทำทริปทดลองเที่ยวแบบ FAM trip โดยใช้นักท่องเที่ยวจิตอาสาชาวต่างชาติ และ คุณวิญญู ศรีศุภโชค จากมูลนิธิทองทศฯ แล Voluntist มาเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มทดลอง เพื่อให้ทีมเครือข่ายงดเหล้าพิมายที่บริหารจัดการพื้นที่โดยคุณสมควร งูพิมาย นำโดยคุณชิต งูพิมาย และ กลุ่มเยาวชน YSDN ได้นำอาสาสมัครชาวต่างชาติเที่ยวชม แหล่งท่องเที่ยวชุมชน และ ปราสาทหินพิมาย มาร่วมทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวที่ได้ออกแบบโดยเครือข่ายงดเหล้าพิมาย อีกทั้งยังเป็นการฝึกฝนให้กลุ่มเยาวชนผ่านการทำงานจริง โดยมีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้

    ในวันที่ 17 ธันวาคม 2565

    10.30 เริ่มต้นการเดินเที่ยวจากศูนย์ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าพิมาย เพื่อชมการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ที่เป็นจุดสาธิตทำของเล่นยุคเก่าจากไม้ไผ่ และ ชมเรือนไม้เก่าของคนพิมาย

    11.00-12.00 เข้าชมปราสาทหินพิมายโดยเริ่มจากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์

    12.30 รับประทานอาหารกลางวัน ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชุมชนพิมาย

    13.30 เดินทางกลับ

    ภายหลังจากการทำการทดสอบเส้นทางท่องเที่ยวที่พิมายแล้วเสร็จ ทางกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เป็นอสสมัครจิตอาสา Voluntist ต่างให้ความเห็นว่า กิจกรรมนำชมปราสาทหินพิมาย และ อาหารเที่ยงที่จัดเลี้ยง มีคุณภาพที่ดีมาก และมีความเหมาะสมเรื่องเวลา ขาดเพียงทักษะของเยาวชน ที่ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ และ รวมถึงเรื่องข้อมูลนำเที่ยวบางประเด็น

    ดังนั้นในการทำกิจกรรมเชิงพัฒนาครั้งถัดๆไปของโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่ครอบคลุมประเด็นสังคม เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม จะเป็นกิจกรรมที่เน้นการพัฒนาเยาวชน YSDN ในประเด็นทักษะการสื่อความหมายที่เป็นภาษาอังกฤษและข้อมูลทางด้านการท่องเที่ยว และ จะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของเยาวชนพิมายได้ต่อไป

    #สสส. เริ่มต้น วัฒนธรรมสร้างสุข ที่เยาวชน

    #SDN

    #YSDN

  • นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

    นักวิ่งกว่า 500 ชีวิต ร่วมพิชิตประวัติศาสตร์ขุมเหมืองแห่งตำนาน ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร

               เมื่อวันที่ 24 - 25 ธันวาคม 2565 ชุมชนศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง หรือ ชุมชนสู้เหล้าจังหวัดชุมพร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ โดยเชิญชวนคนในพื้นที่และบุคคลที่รักสุขภาพที่สนใจร่วมกิจกรรมวิ่งตามรอยประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่
    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ
                 โดยนางสาวแสงนภา หลีรัตนะ หรือว่า “พี่สาว” ได้เล่าว่า พื้นที่ที่จัดงานนี้เรียกว่า “บ้านในเหมือง” หรือ “เหมืองในหูด” ซึ่งมีประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่มานานกว่า 109 ปี และเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีชาวต่างชาติเข้ามาทำเหมืองแร่ จนถึงปีพศ. 2538 แร่ได้หมดลง ชาวบ้านจึงต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเป็นคนงานในเหมืองแร่สู่การเป็นเกษตรกร เมื่อวันเวลาผ่านไปชาวบ้านในพื้นที่กลัวว่า เด็กรุ่นหลังจะไม่ทราบประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง และไม่เกิดสำนึกรักถิ่นบ้านเกิด ทางชุมชนเห็นร่วมกันว่าอยากให้เด็กๆได้เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของบ้านเกิดตนเอง โดยการฟื้นประวัติศาสตร์ขึ้นมาอีกครั้งผ่านการทำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ โดยให้เห็นวิถีชีวิตของคนรุ่นปู่ย่า ตายาย สมัยยังมีการทำเหมืองแร่ในพื้นที่นี้อยู่ จึงมีการจัดงาน “วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” เพื่อระดมทุนในการสร้างพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ชุมชน การสร้างสุขภาพชุมชน และสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด
    
                 ซึ่งในวันที่ 24 ธันวาคม 2565 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประทานในพิธีเปิดงาน“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” ซึ่งภายในงานจะมีบูธประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการทำเหมืองแร่ มีการสาธิตการ "ร่อนแร่"

    มีการสาธิตการ “ร่อนแร่”

    มีการแสดงล่องแม่ปิงและวอนลมฝากรัก จากชาวบ้านและนักศึกษาฝึกงานจาก ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร

    มีการแสดงจากนักศึกษาฝึกงานจาก ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร
    

    และกิจกรรมสร้างสรรค์จากเด็กและเยาวชนในพื้นที่

    นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร
              และเมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2565 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักวิ่ง กิจกรรม“วิ่งขุมเหมือง เมืองแห่งตำนาน” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 โดยมีนักวิ่งเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน
              โดยการจัดงานครั้งนี้ช่วยให้คนในพื้นตื่นตัวและส่งต่อประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ให้กับเด็กๆรุ่นหลัง การสร้างสุขภาพที่ดีผ่านกิจกรรมวิ่ง การสร้างงานสร้างอาชีพ และเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ในอนาคต และทำให้ชุมชนสู้เหล้า หรือศูนย์เรียนรู้งดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยงเป็นที่รู้จักมากขึ้น
  • เชื่อมโยง ของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    เชื่อมโยง ของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

    จากการที่ใช้เวลาระยะหนึ่งในการรวบรวมของดี คนดี และ วิเคราะห์ ทดลอง ระดมความคิดเพื่อเชื่อมโยงของดี คนดี เหล่านั้น ครั้งนี้ในพื้นที่เชียงคาน ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคอีสานตอนบนเราก็พบว่า ของดี คือ จุดเชื่อมโยง ของ คนทุกวัย ทุกชาติได้ หากจัดการอย่างเหมาะสม อยู่ในจุด อยู่ในทางสายกลาง

    ในพื้นที่เชียงคาน ที่กลุ่ม วิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้า ที่มีส่วนร่วมในการสร้างถนนคนเดินเชียงคาน ซึ่งเป็นคนลูกหลานชาวเชียงคาน ที่สร้างความเข้มแข็งกันมาอย่างยาวนานหลายปี จนทำให้ชุมชนต่างๆรอบๆถนนคนเดินได้เข้ามาร่วมมาทำงานร่วมกัน สร้างรายได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม มากกว่า 2 ล้านบาทต่อปีให้กับกลุ่มวิสาหกิจ ไม่นับรวม รายได้ที่เกิดกับชุมชนร้านค้าต่างๆทั่วเชียงคาน

    ด้วยในนามของทีมเครือข่ายงดเหล้า มูลนิธิทองทศฯ และทีมงาน Voluntist ได้ใช้เวลากว่า 1 ปีในการวิเคราะห์จนได้พบว่าพื้นที่ที่จะสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้กับทุกภาคส่วนในพื้นที่เชียงคานนี้คือคำว่า “พื้นที่สร้างสรรค์ของคนสามวัย” ที่จะต้องเชื่อมโยงกับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

    เมื่อปีที่แล้วเราได้จัดการทดลองเส้นทางท่องเที่ยวโดยนำผู้ทำงานด้านสังคมต่างๆ มาดูงานและพูดคุยจนได้ข้อสรุปว่า กิจกรรมที่น่าจะเป็นเรือธงที่ดีของเชียงคานในนามกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้า คือการทำผาสาดลอยเคราะห์ เพราะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยและทุกความเชื่อสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่มีข้อจำกัดมากนัก

    ในครั้งนี้ทางโครงการจึงได้ลองทดสอบในรูปแบบใหม่ โดยเสนอให้ชุมชน ลองนำเสนอให้ชาวต่างชาติโดยเน้นผาสาดลอยเคราะห์ และพ่วงกับการทำจิตอาสาฝึกภาษาอังกฤษในโรงเรียน เพื่อจะเป็นสภาในการเชื่อมโยงคน 3 วัยเข้าด้วยกัน

    โดยได้นัดทำกิจกรรมกันในวันที่ 14 ธันวาคมตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงค่ำ เพื่อเป็นตัวอย่างกิจกรรม 1 วันที่น่าจะมีประสิทธิภาพในการขายและการขยายผลต่อไปยังคน 3 วัยได้

    มีรายละเอียดดังนี้

    10:00 น เริ่มทำผาสาดลอยเคราะห์กันที่ศาลาชุมชน

    พร้อมทั้งการนุ่งซิ่นเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับนานาชาติและคนไทยรุ่นใหม่

    12:00 น เมื่อทำผาสาดลอยเคราะห์เสร็จแล้วก็เดินทางไปรับประทานอาหารของกลุ่มประมงพื้นบ้านที่ซอยเชียงคาน 1

    13:00 น เริ่มกิจกรรมจิตอาสาสอนภาษาอังกฤษร่วมกับเด็กมัธยมตอนปลายจำนวนกว่า 200 คนที่โรงเรียนเชียงคานโดยเน้นการให้นักเรียนมัธยมเหล่านั้นนำเสนอสิ่งดีของเชียงคานออกมาเป็นภาษาอังกฤษ

    16:00 น เดินทางไปที่ศาลาชุมชนเพื่อรอยผาสาดลอยเคราะห์ที่ทำเสร็จแล้วลงไปในแม่น้ำโขง

    17:00 น เดินทางล่องแม่น้ำโขงเพื่อชม วิถีชีวิตรอบริมฝั่งแม่น้ำโขงทั้งฝั่งประเทศไทยและประเทศลาว

    19:00 น พาชาวต่างชาติอาสาสมัครทั้งหลายกลับมาเดินถนนคนเดินเชียงคาน

    เมื่อกิจกรรมแล้วเสร็จทางทีมงานนำโดยนายสุริยัน แก้วกัญญา. ประธานวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นหล้าเชียงคาน ประธานกลุ่มจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนวัดป่าใต้ นางไพรินทร์ แก้วกัญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลเชียงคาน ผู้ประสานงานเครือข่ายท่องเที่ยวเชียงคาน และ ทีมบริหารโครงการของเครือข่าย คือ นางสาวนาฎชฎา แจ้งพรมม และนายวิญญู ศรีศุภโชค ตัวแทนมูลนิธิทองทศฯ และ Voluntist ได้นัดประชุมสรุปงานกันในเช้าวันที่ 15 ธันวาคมและมีความเห็นตรงกันว่าวิธีการนี้น่าจะสามารถเชื่อมโยงคน 3 วัยเข้ามาร่วมงานทำงานกันได้เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดทั้งในส่วนของคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่ ได้รับรู้ถึงทุน คุณทางวัฒนธรรมของเชียงคานมากนัก และคนรุ่นเก่าที่ไม่ถนัดการใช้สื่อประชาสัมพันธ์สมัยใหม่

    และเนื่องจากหากต้องการเชื่อมโยงกับตลาดของคนหัวเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพฯการเดินทางจึงเป็นปัญหามากในการไปสู่เชียงคานถ้าเราสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวโดยรถสาธารณะเช่นรถไฟหรือรถยนต์ได้จะทำให้การเดินทางที่นี่มีโอกาสเชื่อมโยงไปสู่คำว่าการท่องเที่ยว low Carbon

    และในครั้งถัดไปทางโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขและท่องเที่ยวปลอดภัยจะจัดการทำทดลองเที่ยวกึ่งเชิงธุรกิจขายจริงและประชาสัมพันธ์จริงโดยเน้นการใช้รถสาธารณะและกิจกรรมจิตอาสาเป็นองค์ประกอบ

    โดยจะมีประเด็นหลักใหญ่คือการดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมกันสร้างพื้นที่สร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรมของเชียงคาน ผ่านการทำกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ต่อไป #สสส#สคล#วัฒนธรรมสร้างสุข#ท่องเที่ยวปลอดภัย#voluntist

  • ปั่นเพื่อสุขภาพและมิตรภาพ เกาะสุกร

    ปั่นเพื่อสุขภาพและมิตรภาพ เกาะสุกร

    สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ภายใต้การดำเนินการของ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพตรัง ได้จัดทดสอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะปลอดเหล้า ปลอดภัย เกาะสุกร อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน กิจกรรมครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ภายใต้สโลแกน ปั่นชมเล กินแตงโม @ เกาะสุกร

    การจัดกิจกรรมครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือจากหลายส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และจากนักปั่นเพื่อสุขภาพทุกท่านกว่า 200 คน ที่มาทั่วทุกสารทิศในภาคใต้ นับเป็นการปั่นที่มีคุณค่า เพราะนักปั่นเพื่อสุขภาพ ไปร่วมสร้างการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพไปด้วยกันในพื้นที่เกาะสุกร จังหวัดตรัง

    นายศิริพัฒ พัฒกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดตรัง

    โดย นายศิริพัฒ พัฒกุล ในฐานะประธานชมรมจักรยานจังหวัดตรัง ได้กล่าวอีกว่าทางชมรมเองได้ตั้งเป้าหมายจัดกิจกรรมปั่นเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจัดไปตามเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนและเส้นทางท่องเที่ยวกระแสหลักต่างๆ นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทางด้านทรัพยากรการท่องเที่ยวนับว่าได้มีอย่างหลากหลาย ทางจังหวัดตรังมีดีหลายอย่าง นอกจากเมืองอาหารที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาชิมแล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวมาเยือนอีกด้วย การปั่นครั้งนี้นับว่าเป็นการปั่นเพื่อสุขภาพ เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดตรัง โดยเกาะสุกรนั้นเป็นพื้นที่เป้าหมายที่เราจะไปในครั้งนี้ จุดเด่นที่นี่คือ แตงโม เพราะฉะนั้นเราจะต้องปั่นไปกินแตงโม ที่เกาะสุกร

  • ทริปทดลองเที่ยวครั้งแรกของชุมชน

    ทริปทดลองเที่ยวครั้งแรกของชุมชน

    จากการที่ใช้เวลาระยะหนึ่งในการรวบรวมของดี คนดี และ วิเคราะห์ ทดลอง ระดมความคิดเพื่อเชื่อมโยงของดี คนดี เหล่านั้น โดยเน้นในพื้นทีภาคกลาง ของเครือข่ายประชาคมงดเหล้าภาคกลาง

    เราก็พบว่า ของดี ของชุมชนหนึ่ง สามารถ เชื่อม หรือช่วย ของดี ของอีกชุมชนหนึ่งได้

    และ ด้วยพลัง บวร. ที่เครือข่ายในภาคกลางเราในหลายชุมชนนั้นขับเคลื่อนโดยพระสงฆ์ และหนุนเสริมด้วยคนหัวใจเพชร ดังนั้นเราจึงสามารถสร้างความแข็งแกร่งของกิจกรรมหรือชุมชนได้จากพลังศรัทธาได้เลย แต่เพื่อให้พลังศรัทธาที่ว่านี้สามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกับพลังปัญญาในทางโลกด้วย ซึ่งก็คือ สัมมาอาชีวะ ดังนั้น ในพื้นที่งานภาคกลางของโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขจึงจะเน้นการขับเคลื่อนด้วยพลัง บวร. และ เครือข่าย

    ในพื้นที่บ้านจาน หนองนาก ก็เช่นกัน เราทำงานบนพื้นที่งาน อบต. หนองนาก ร่วมกับการทำงานของเครือข่ายโดยคุณอารีย์ เหมะธุลิน ร่วมกับประชาคมหนองนาก คุณสมคิด มลิวัลย์ และ การเชื่อมโยงเสริมหนุนจากฝั่งงานพื้นที่ลพบุรี นำโดย คุณภรธิดา เวียงสงค์

    ทั้งนี้ได้เลือกจุดเชื่อมโยงที่น่าจะขยายผลได้กว้างขวาง คือ โรงเรียนหนองครก และ วัดหนองครก เป็นจุดเชื่อมโยง บนฐานทุนเดิมที่ทีม สคล. ได้ทำงานงานบุญปลอดเหล้าไว้แล้ว และ มูลนิธิทองทศฯ ก็ทำงานร่วมกับ Voluntist ในการส่งอาสาสมัครชาวต่างชาติไปสอนภาษาอังกฤษไว้แล้ว อีกทั้งที่ โดยทำงานร่วมกับท่าน ผอ. สมคิด จันขุนทศ และยังตั้งอยู่ในเขต อบต. หนองนาก ที่เป็นพื้นที่เดียวกับที่ บ้านจาน ที่คนหัวใจเพชรมีความเข้มแข็ง

    จึงได้วางแผนร่วมกัน ได้ความเห็นว่า การสร้างกิจกรรมที่เป็นจุดเรียนรู้ ในการทำฟาร์มเห็ด และ การสร้างร้านค้าจำลอง ใน โรงเรียน เพื่อสร้างเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างจิตสำนึกให้เด็กประถมวัย ผ่านกิจกรรรมในแต่ละทริปท่องเที่ยว เพื่อการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นั้นน่าจะ เป็นจุดดูงานที่สามารถทำงานกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอาสาได้ด้วย และ ยังสามารถทำงานกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติได้อีกต่างหากจากการที่มีอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นอยู่ใกล้ใกล้ ซึ่งจะสอดคล้องกับกิจกรรมการจัดการขยะ และ ผักอินทรีย์ของชุมชนบ้านจาน ที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังจะได้ทำการใช้เชื้อเห็ดจากชุมชนโคกล้อ ของเครือข่ายประชมลพบุรีเข้ามาเป็นวัตถุดิบหลักของฟาร์มในการลงเห็ดในครั้งหน้าด้วย

    ดังนั้นกิจกรรมครั้งนี้ วันที่ 13 ธันวาคม จึงใช้รูปแบบกิจกรรมตามที่ออกแบบนี้เป็นการทำทริปทดลองเที่ยวครั้งแรกของชุมชน โดยมีรายละเอียดดังนี้

    8.00 เดินทางออกจาก กทม.

    10.30 เข้าไปอาสาสอน English หรือ ช่วบทำเกษตร กับนักเรียน หรือ ชุมชน

    12.30 ทานอาหารเที่ยง ชุมชน

    13.30 ไปน้ำตกสามหลั่น เพื่อ สัมผัสธรรมชาติใกล้เมือง

    16.00 ไปพระพุทธฉาย เพื่อ สักการะรอยพระฉาย

    18.00 กลับ กรุงเทพมหานคร

    โดยในครั้งนี้ เราได้จิตอาสาไปร่วมงานจำนวน 8 ท่านจาก 6 ประเทศ ได้เข้าไปร่วมงานอาสาครั้งนี้

    โดยในกิจกรรม เราได้รับคำติชมจากการพาไปทำทริปครั้งนี้ เช่น คุณ Elvira Brusel จาก Germany บอกว่า ธรรมชาติที่น้ำตกสามหลั่นสวยงามมาก และ ชอบการที่โครงการเราได้สร้างกิจกรรม การทำเห็ดมาเสริมในการสอน

    ส่วนคุณ Marc Kolb จิตอาสา Stop Drink จาก Germany ให้ความเห็นว่า การพาคนเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ และให้รู้จักเรื่อว กม. และ กติกามากขึ้นนั้น เป็นกุศโลบายที่ดี

    และ พอหลังจบโครงการ ทางคุณอารีย์ เหมะธุลิน ได้ดำริเพิ่มเติมว่า ในคราวถัดไปทางโครงการจะเพิ่มประเด็นขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น และ จะเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่จากเครือข่ายจังหวัดอื่น เข้ามาเรียนรู้ และ ช่วยทำสื่อไปในคราวเดียวกัน

    ทั้งนี้ในเดือนมกราคม ทางพื้นที่บ้านจานจะได้รับการเข้ามาดูงานเรื่องการจัดการขยะ และ เกษตรอินทรีย์ ดังนั้นจึงจะเป็นกิจกรรมต่อไป ที่ทางโครงการวัฒนธรรมสร้างสุข จะเข้าไปหนุนเสริมผ่านการทำงานกลไกของชุมชนบ้านจาน

  • ชาวสมุทรสงครามยังคงการรักษาค่านิยมการจัดงาน “ปลอดเหล้า” ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส.

    ชาวสมุทรสงครามยังคงการรักษาค่านิยมการจัดงาน “ปลอดเหล้า” ร่วมกับเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส.

    สมุทรสงครามเมืองเล็กๆ ที่มีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านมาบรรจบกับปากอ่าวก.ไก่ ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารที่มาจากท้องทะเล ปลาทู อาหารทะเลที่คนสมุทรสงคราม ใส่ใจในการคัดเลือกและแปรรูปจนมาถึงแม่ครัวที่ใส่ใจ และใช้ความรักในการปรุงจนเกิดเป็นอาหารชั้นเลิศทรงคุณค่ามากมายทั้งหมดนี้ ชาวสมุทรสงครามทราบดี 

    ในโอกาสที่จังหวัดสมุทรสงครามจะเปิดเมือง สิ่งดีๆเหล่านี้จึงควรถูกนำมาเสนอ เพื่อต้อนรับผู้มาเยือนจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม จึงได้จัดเทศกาลกินปลาทูครั้งที่ 24 ขึ้น โดยใช้ชื่อตอนว่า “จานนี้มีรัก” ในระหว่างวันที่ 9-18 ธันวาคม 2565 เพื่อเป็นการนำเสนออาหารคาว หวานจากปลาทูให้กับผู้มาเที่ยวชม โดยครั้งนี้จะนำเสนออาหารแบบทูโทน คือ 2 แนว แนวแรกคืออาหารคลาสสิคแบบดั้งเดิม  ส่วนแนวที่ 2 คืออาหารแนวฟิวชั่น เป็นการนำเสนออาหารจาก create ของเหล่าเชฟชุมชน พี่เอาปลาทูมาปรุงแต่งในแนวทันสมัย ก่อให้เกิดอาหารที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อตอบสนองต่อรสนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ชอบอาหารแปลกและอร่อย แต่ทางนี้ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า ทุกจานของอาหารที่ท่านจะได้ลิ้มลองในงานนี้ ผู้จัดและแม่ครัวได้ใส่ความตั้งใจและความรักลงไปในอาหารทุกจานทุกเมนู เราเชื่อว่าเมื่อทุกท่านได้มาเที่ยวชมงานนี้จะได้ลิ้มรสอาหาร คาว หวาน  ที่หลากหลายในงานครั้งนี้และได้รับชมการนำเสนอเรื่องราวของชาวบ้านเมืองเราที่นำมาใส่ในงานแล้วท่านจะประทับใจ และรักสมุทรสงครามเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์เมืองนี้แน่นอน

    เมื่อปลาทูคลาสสิคปะทะปลาทูฟิวชั่น

    “อาหารก็เหมือนสิ่งมีชีวิตดังนั้นจึงต้องเต็มไปด้วยพลังและความคิดสร้างสรรค์ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามการสมัย” ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร (National Food Institute) กล่าว

    ปลาทูคลาสสิค : เป็นเมนูปลาทูดั้งเดิมที่เรานำเสนอมาทุกปีคือการนำเอาวัตถุดิบที่มีคุณค่าชั้นเลิศคือปลาทูมาปรุงกับเครื่องปรุงของไทยที่มีคุณลักษณะที่เฉพาะตัวเช่น กะทิ พริก ขิง ข่าตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ด้วยกรรมวิธีของแม่ครัวโบราณก่อให้เกิดอาหารหลากหลายเมนูที่เลิศรสทรงคุณค่าทางโภชนาเช่น ปลาทูต้มมะดัน ปลาทูตาเตี๊ยะ ปลาทูฉู่ฉี่ ทอดมันปลาทู ปลาทูต้มหวาน ตับปลาทูผัดขิง ฯลฯ

    ปลาทูฟิวชั่น : เป็นเมนูปลาทูที่เรานำเสนอขึ้นมาในครั้งนี้ด้วยนะเอาแนวคิดที่ว่าอาหารฟิวชั่น (Fusion food) คือการนำวัตถุดิบของอาหารมากกว่า 2 วัฒนธรรมขึ้นไปมารวมกัน และเกิดเป็นอาหารรูปแบบใหม่ในโลกยุคนี้ มีการเข้าถึงและติดต่อสื่อสารกันได้มากขึ้นกว่าเดิมสิ่งที่ตามมาคือ การแพร่กระจายของวัฒนธรรม (Cultural Diffusion) ซึ่งวัฒนธรรมเรื่องอาหาร ก็เป็นส่วนหนึ่งที่กระจายและแลกเปลี่ยนไปทั่วโลกเช่นเดียวกัน นั่นทำให้เกิดการชนกันของวัฒนธรรมการกินหรือที่เรียกว่าการฟิวชั่น อาหารที่ผสมผสานจากหลากหลายวัฒนธรรมเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่สอดรับกับคนยุคใหม่ที่มีวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไปและเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการกินที่ไม่จำเจและสนุกสนาน แต่ยังคงอัตลักษณ์ของวัตถุดิบหลักคือ ปลาทู”

    รูปแบบการจัดงานแบ่งเป็น 4 โซน

    1. โซนร้านอาหารปลาทู

    • ร้านปลาทูคลาสสิค

    ประกอบไปด้วยเมนูสุขภาพที่ปรุงจากปลาทูที่ขึ้นชื่อจากอ่าวก.ไก่ ซึ่งจะนำท่านไปพบกับความอร่อยสุดๆจาก 50 กว่าเมนูที่ปรุงจากปลาทูชนิดที่ท่านยังไม่เคยพบจากที่ใดในโลก โดยมีร้านอาหารชื่อดังของจังหวัดสมุทรสงครามที่มาร่วมงานออกร้านดังนี้

    • ร้านคุณเป่าดอนหอยหลอด
    • ร้านเรือนไทยซีฟู้ด
    • ร้านนกเอี้ยง
    • ร้านรินทร์
    • ร้านปลาทูฟิวชั่น

    2 .โซนลานวิถีชุมชนแนวร่วมสมัย

    ประกอบไปด้วยนิทรรศการมีชีวิต ด้านศิลปะและสาระความรู้ในร่วมสมัยโดยนำแนวคิดค้านสุขภาวะ และนำศิลปะในการดำเนินชีวิตมาเป็นแนวการดำเนินงาน

    3. โซนกลางเวที

    จะเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า กับศิลปะสมัยใหม่ ประกอบไปด้วยการแสดงโขน  การบรรเลงดนตรีไทย การแสดงนาฏศิลป์ของเยาวชน การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง การประกวดร้องเพลงลูกกรุง การประกวดดนตรีแม่กลองมิวสิคอวอร์ด การประกวด cover dance และกิจกรรมต่างๆมากมายบนเวทีกลาง

    4. โซนสินค้า OTOP ของจังหวัดและคาราวานสินค้า

    ประกอบไปด้วยสินค้า OTOP ของจังหวัด สินค้าเกษตรอินทรีย์ สินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสมุทรสงคราม ของทางกลุ่มเกษตรกรปลอดสาร กลุ่มประชารัฐ กลุ่ม yec และคาราวานสินค้าหลากหลายมากมาย

    ทั้งหมดนี้รวมไว้ในงานเทศกาลกินปลาทูแม่กลองครั้งที่ 24 และของดีสมุทรสงครามงานที่ท่านจะมาช้อป ชิม แชะ ได้อย่างอิ่มอร่อยและมีความสุขอย่างแน่นอน

    ปลาทู”  มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

    ปลาทูเป็นปลาที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาตั้งแต่โบราณเห็นได้จากคำพังเพยที่มีใช้ติดมาถึงปัจจุบัน “ข้าวใหม่ปลามัน”และเป็นอาหารประจำชาติ “น้ำพริกปลาทู” หรือ”ปลาทูเข่ง” ยังถือว่าเป็นอาหารหลักของคนพื้นบ้านเนื่องจากมีรสชาติดีราคาถูกประกอบกับมีปริมาณที่มาก ทำให้มีกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ 

    ยิ่งกว่าปลาทะเลอื่นๆ จนอาจกล่าวได้ว่า”ปลาทู”เป็นตัวแทนปลาทะเลของไทยเพราะฉะนั้น”ปลาทู” จึงเป็นมรดกวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งเป็นความภูมิใจของชาวไทยที่ควรอนุรักษ์ดำรงไว้ไม่ให้เหลือเพียงคำพังเพย คำกล่าวอ้าง หรือมีเฉพาะในบทเรียนเท่านั้น

    ทำไมปลาทูอร่อยต้อง”ปลาทูแม่กลอง”

    ปลาทูเป็นปลาที่มีการอพยพย้ายถิ่นโดยไม่ถึงฤดูผสมพันธุ์ในช่วงประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคม ปลาทูที่อาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวไทยตอนใน (จว.สมุทรสาครและสมุทรสงคราม) ซึ่งมีขนาดโตพร้อมที่จะสืบพันธุ์ได้ จะเริ่มอพยพไปยังแหล่งวางไข่ซึ่งทอดตัวตามยาว แนวตะวันตกของอ่าวไทยตั้งแต่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงทิศตะวันออกของเกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเริ่มทยอยวางขายตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งลูกปลาที่เกิดขึ้นมาใหม่จะเริ่มเดินทางเข้าหาฝั่งในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จบจนเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ปลาทูจะเริ่มมีขนาดโตจนเรียกว่า”ปลาทูสาว” ก็จะเริ่มเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่อ่าวไทยตอนในอีกครั้งซึ่งปลาจะอยู่ในไวโตเต็มที่และสมบูรณ์ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ดังนั้นตาธงที่จับได้ในบริเวณปากอ่าวแม่กลองในช่วงนี้จึงเป็นปลาที่โตเต็มที่ เนื้อนุ่ม ละเอียด หวาน มัน อร่อยมาก

    การเลือกซื้อปลาทู

    ปลาทูที่อร่อยจะเป็น”ปลาทูโป๊ะ” รองลงมาคือ “ปลาทูอ้วนดำและอวนติด” และต้องเป็นปลาชนิดสั้น เพราะวิธีการจับจะปราศจากความรุนแรง ปลาจึงไม่ช้ำ ท้องไม่แตก ปลาทูเป็นสินค้าพื้นเมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีขายทั้งปลาทูสดและปลาทูนึ่ง เป็นที่นิยมบริโภคเพราะตัวใหญ่ มีความมันและเนื้อนิ่ม ปลาทูนึ่งแม่กลองมีเอกลักษณ์ คือจัดวางเรียงในเข่งแล้วหักหัว พับงอลงมาอย่างมีศิลปะ ทำให้ปลาทูอ้วนสั้นไม่แข็งทื่อ เหมือนปลาทูนึ่งทั่วไป จนมีคำกล่าวที่ว่า ปลาทูนึ่งแม่กลองต้อง “หน้างอ คอพับ”

    คุณค่าของปลาทู

    ในเนื้อปลาทูมีส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายสูงโดยเฉพาะไลซีน ณัฐรีโอนีน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตในวัยเด็กนอกจากนี้ในเนื้อปลายังมีกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด และที่สำคัญคือกรดโดโคซาเฮ็กชิโนอิค (D.H.A.) ในสมองเด็กได้รับมาตั้งแต่แรกเกิด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะได้รับมาเมื่ออายุขวบปีแรก  นอกจากนี้ผู้ที่รับประทานเนื้อปลายังได้รับ วิตามินบี 1 บี2 ไนอะซีน และเกลือแร่ ซึ่งได้แก่ แคลเซียมฟอส ฟอรัส รวมทั้งธาตุเหล็ก และไอโอดีนด้วยนอกจากนั้นเนื้อปลายังมีกาก หรือเส้นใย(fiber) น้อยทำให้ย่อยได้ง่ายเหมาะสำหรับทารกและเด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีระบบย่อยอาหารที่ผิดปกติมาก “ดังนั้นถ้าสามารถเลือกได้ควรเลือกรับประทานปลาทูให้มากกันเถอะ

    คุณสมรุจี สุขสม ผู้แทนจากสำนักงานเครือข่ายองค์งดเหล้า (สคล.) เรื่องความอร่อยไม่ต้องพูดถึงถ้าปลาทูอร่อยต้องปลาทูที่นี่ แต่ประเด็นที่ทำได้ดีมากนอกจากจะเป็นการจัดงานที่มีความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศโดยเป็นการจัดงานปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเราให้ความสำคัญของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวงานในบ้านและกลับบ้านอย่างปลอดภัยมีแต่ความประทับใจและบอกต่อให้มาเที่ยวที่นี่อีก ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ทำได้ดีมากคือการมีกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่งาน creative ต่างๆที่อยู่ในบริเวณการจัดงาน เปิดพื้นที่ดีๆ ให้กับเด็กๆ ได้มาแสดงความสามารถของตัวเองในแบบที่ชอบและเลือกที่ใช่ อาทิ การประกวดวงดนตรีฟันน้ำนมเด็กสมุทรสงคราม หรือการจัดพื้นที่ในส่วนที่เป็นเรื่องราว ภาพวาดภาพ เก่าเล่าเรื่องการบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของคนที่นี่ว่าเมืองนี้มีความสุขอย่างไร ซึ่งอันนี้เป็นข้อดีของที่นี่ เพราะอย่างดิฉันเป็นงานกาชาดหรืองานของดีประจำจังหวัดมาหลายจังหวัดส่วนใหญ่ก็เป็นแบบคาราวานสินค้ามาขายของ แล้วก็ส่วนใหญ่เป็นคนข้างนอกไม่ใช่คนในที่มาตักตวงรายได้ไป คนที่จังหวัดมักจะไม่มี รายได้ที่เกิดจากงานใหญ่ๆ ในจังหวัดตัวเอง อย่างเช่นงานกาชาดแบบนี้ แต่ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น ที่นี่ทำให้คนในจังหวัดมีรายได้ กระจายรายได้อย่างทั่วถึง นับว่าเป็นความโชคดีของคนจังหวัดนี้ที่มีผู้นำดีๆทุกๆด้าน ซึ่ง สสส. ก็ดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่กับงานดีๆ ถือว่าที่นี่เป็นต้นแบบการจัดงานที่มีแต่สิ่งสร้างสรรค์ระดับประเทศหลายจังหวัดควรมาศึกษาดูงานของคนที่นี่มาเรียนรู้การจัดงานที่มีคุณค่ามีความหมายบอกไลฟ์สไตลของเมืองตัวเอ

    ปลาทูแม่กลองอร่อยและดีต่อสุขภาพอีกทั้งทำทำอาหารได้หลากหลายกว่าที่คิด

    ปลาทูแม่กลองเป็นอาหารจานโปรดของทางชนชั้นสูงและสามัญชนทั่วไปนอกจากราคาจะถูกแล้วยังอร่อยถูกปากคนไทย 

    ถ้าต้องการกินปลาทูที่อร่อยและหลากหลายให้มาเที่ยว”งานเทศกาลกินปลาทู ที่แม่กลอง (สมุทรสงคราม)” ซึ่งจะจัดขึ้นเราเดือนธันวาคมของทุกปี