Category: ท่องเที่ยวชุมชน

ท่องเที่ยวชุมชน (CBT) งานที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวชุมชน สุขภาวะ

  • เสริมพลังชาวน่าน สร้างเยาวชนต้นแบบนำเที่ยวแบบ Low Carbon ลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    เสริมพลังชาวน่าน สร้างเยาวชนต้นแบบนำเที่ยวแบบ Low Carbon ลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    งานทดลองเที่ยวน่าน 1-2 ธันวาคม 2565

    ชื่ออาจฟังดูง่ายๆ สบายๆ แต่เรามาครั้งนี้ไม่ธรรมดา

    ไม่ธรรมดาอย่างไร ลองอ่านจ้า

    กิจกรรมครั้งนี้โดยการสนับสนุนของ สสส. และ สคล. ได้สนับสนุนโครงการให้มาลงพื้นที่น่านอีกครั้ง แต่คราวนี้เน้นให้ชุมชน และ เยาวชนได้ประโยชน์จากการทำงานจริง รับลูกค้าจริง บนต้นแบบที่กลั่นกรองมาแล้ว

    โดยโครงการได้สนับสนุนการเรียนเป็นหลักสูตรแยย Learning by Doing เสริมพลังผ่านการฝึกทักษะด้านภาษาอังกฤษและการสอนเทคนิคการทำการคลิปประชาสัมพันธ์ผ่านการประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวชุมชนแบบปลอดภัย ให้กับเยาวชนที่ทำงานในเมืองน่าน

    โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มเยาวชนที่นำโดย นายธนากร แสนคำสอ ที่ปรึกษากองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน ( DNYC) ให้มานำเที่ยวกาดกองน้อย แหล่งท่องเที่ยวชุมชน และ ร่วมกันทดสอบกิจกรรมปั่นจักรยานเที่ยวตามแผนการพัฒนาการทำโครงการปั่นจักรยานเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนโดย NIA ไปในคราวเดียวกัน

    คราวนี้เราได้พาคุณ Marc Kolb อาสาสมัครองค์กร

    blaues-kreuz-muenchen จาก Germany ลงมาด้วยเพื่อดูงานเริ่อง Stop Drink ในไทย พร้อมกับอาสาสมัครชาวต่างชาติจากโครงการ VolunteerEnglishBangkok ที่บริหารโดย ทีม Voluntist

    โดยมีรายละเอียดกิจกรรมดังต่อไปนี้

    การทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวต้นแบบ แยย Low Carbon เส้นทางปั้นจักรยานเมืองน่าน ที่เน้นการประชาสัมพันธ์เรื่องการห้ามดื่มสุราในพื้นที่ต่างๆ ที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายคือ คนกรุงเทพ หรือ ภาคกลาง โดยเน้นการท่องเที่ยวโดยระบบขนส่งสาธารณะ

    โดยได้ทริปต้นแบบคือ

    เดินทางด้วยรถไฟลงสถานีเด่นชัยเน้นให้ทุกคนทราบว่า รถไฟปลอดเหล้า เที่ยวพระธาตุช่อแฮก็ปลอดเหล้า เมืองแพร่ เข้าดอยขุนสถานเที่เป็นอุทยานแห่งชาติก็ปลอดเหล้า และเข้าพักที่พีกในเครือข่ายที่ไม่ขายเหล้า แล้วนำเที่ยวชมกาดหรือร้านค้าที่บริหารจัดการโดยชุมชน เช่นในคราวนี้ คือ กาดกองน้อย และ ถนนคนเดินข่วงเมืองน่าน ที่ก็ปลอดเหล้าอีก ปิดท้ายด้วยการปั่นจักรยานเที่ยวชมเมืองระยะทางรวม 4 กม. พร้อมเรียนรู้กติกาความปลอดภัยเบื้องต้นของการปั่นจักรยาน โดยเริ่มต้นจากวัดช้างค้ำ วัดมิ่งเมือง วันศรีพันต้น และ ปิดท้ายที่วัดภูมินทร์ ซึ่งมีเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดประมาณ 15-20 คน ตลอดกิจกรรมสองวันนี้

    ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้จะนำไปคำนวณเป็น Carbon credit ต่อไป เพื่อการนำไปใช้ออกแบบคูปองคะแนนต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าชุมชนผ่าน Application Voluntour versiion 2 ที่ออกแบบมาเพื่อการปั่นจักรยานโเยเฉพาะ ร่วมกับ นายภิรมย์ เทพสุคนธ์ ประธานชมรมจักรยานเมืองน่าน และ นายธนากร แสนคำสอ ที่ปรึกษากองทุนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายเยาวชนจังหวัดน่าน

    นอกจากนี้ยังได้ใช้การมาคราวนี้มอบหมายงานให้เยาวชนของ YSDN และ DNYC ให้มาช่วยทำงานด้านกานทำการประชาสัมพันธ์ ของโครงการท่องเที่ยวต่างๆ ของพันธมิตรเรา เข่น โครงการปั่นปันรักษ์ จักรยานเมืองน่าน ของ NIA และ การนำเสนอสินค้าชุมชนให้โรงแรมในเครือ Hop Inn ที่จะนำร่องที่น่าน เป็นที่แรกที่เดียวในประเทศก่อน

    ทั้งนี้เราได้วางแผนงานร่วมกันกับประชาคมจังหวัดน่าน คุณเอนก สิทธิ ผู้จัดการเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดน่าน โดยทางโครงการเสริมพลังจะเสริมหนุนกิจกรรม สคล. ในส่วนของงานกิจกรรมต่างๆ อาทิ งานเดินวิ่ง หรือ งานรณรงค์ โดยทีมอาสาสมัคต่างชาติรจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมช่วยเหลือต่างๆ และ การสร้างทักษะเสริมให้กับกลุ่ม YSDN ในด้านภาษ่อังกฤษมากขึ้น

    และ ยังได้วางแผนร่วมกันกับทีมงานโครงการปฐมวัยที่จังหวัดน่าน ร่วมกับ คุณกอบกมล ทบบัณฑิต ว่าจะส่งอาสาสมัครชาวต่างชาติมาเป็นครูช่วยในงานสอนปฐมวัยที่น่านเพื่อสร้างทักษะภาษาอังกฤษให้กับครูและเด็กที่ศูนย์เด็กเล็กที่น่านด้วย นอกจากนี้ ก็จะเป็นต้นแบบของการบูรณาเพื่แขยายผลไปสู่การจัดเตรียมโครงการ JSDN หรือ Juvenile Stop Drink Network สำหรับเด็ก 7-12 ปี อีกด้วย

    อีกทั้งยังได้จัดทำคลิปประชาสัมพันธ์เรื่องการห้ามดื่มในพื้นที่อุทยานแห่งชาติในพื้นที่ขุนสถานอีกด้วย

    สรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมมาเรียนรู้ดูงานในครั้งนี้นอกจากภารกิจหลักในการทดสอบเส้นทางแล้ว ยังได้บรรลุภารกิจอื่นๆ อีกมากจากการร่วมประชุม และ เรียนรู้จากการ Learning by Doing ไปในตัว

  • สสส.ขยับงานการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับชาวชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี ชุมพร

    สสส.ขยับงานการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง ร่วมกับชาวชุมชนตำบลเขาค่าย อ.สวี ชุมพร

    โดยบริบทของตำบลเขาค่าย อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เป็นตำบลที่เป็นเทือกเขา มีเนินเขาซ้อนกันหลายลูก มีการยกตัวของภูเขา เป็นธารน้ำ คลองหินดำ มีแหล่งน้ำตก เป็นป่าทึบและพื้นที่โปร่ง และนอกจากนี้ การอาศัยของผู้คนก็กระจายตัวอยู่ตามสันเขาบ้าง มีวัดวาอารามแหล่งธรรมมะความเชื่อและศรัทธา มีวัฒนธรรม ประเพณีที่หลากหลาย ประชาชนคนเขาค่ายเป็นตำบลที่มีคนทั่วทุกภาค อีสาน กลาง เหนือ ใต้สุด อพยบย้ายถิ่นมาอยู่ใหม่กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ องค์ประกอบของการจัดการท่องเที่ยวจึงพร้อมในเชิงระบบและโครงสร้าง ทางเครือข่ายประชาคมงดเหล้า จึงได้เสนอให้ ตำบลเขาค่ายเป็นตำบลนำร่องของโครงการวัฒนธรรมสร้างสุขท่องเที่ยวปลอดภัยของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.)ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)  

    นายเทิดศักดิ์ ขนอม อดีดตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค่าย กล่าวว่า ตนเองก็เป็นแกนนำคนหัวใจเพชร ของตำบลเขาค่าย พยายามให้คนได้ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำงานร่วมกับประชาคมงดเหล้า ในฐานะแกนนำ จึงอยากทำให้คนบ้านเรามีรายได้พึ่งตนเองได้ ไม่เครียด ตำบลเขาค่ายเป็นตำบลที่ทางจังหวัดจัดตั้งใหม่ มีทุกเชื้อชาติ ศาสนาและคนทั่วทุกภาคของประเทศไทยมาอาศัยอยู่รวมกัน เมื่อคนแต่แต่ละภาคย้ายมาก็ย่อมนำวิถีวัฒนธรรมที่ภูมิภาคที่ตนดำเนินชีวิตมาสืบสานด้วย ที่เห็นชัดเจนคือวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน นักท่องเที่ยวเมื่อเที่ยว สามารถสั่งอาหารได้ทุกประเภท ภาคอีสานก็มี ส้มตำ ลาบ ก้อย ภาคเหนือก็มีแกงอ่อม ใส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ภาคใต้ ก็มีแกงใตปลา น้ำยา ผัดใบเหรียง ยำทะเล เป็นต้น ส่วนการพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ทาง อบต.ก็ปรับพื้นที่เชิงโครงสร้าง ถนนหนทาง ไฟฟ้า น้ำ มายังพื้นที่อย่างทั่วถึง เพื่ออำนวยความสะดวก สบาย สามารถนำรถขึ้นมายังดอยช้างและดอยอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย 

    นางสาวแสงนภา หลีรัตนะ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้า กล่าวว่า พื้นที่เขาค่ายทางประชาคมงดเหล้า ได้มาขยับเคลื่อนงานชุมชน คนหัวใจเพชร ลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเริ่มจากผู้นำอย่างนายก อบต. โดยมี อสม.ในหมู่บ้านเป็นคนคอยดูแล ช่วย ชม เชียร์ให้เลิกสุราและยาสูบ ควบคู่กันไป เมื่อทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า มีโครงการวัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดเหล้า ปลอดภัย จึงได้นำเสนอ ตำบลเขาค่ายเป็นตำบลนำร่องของโครงการเพื่อต่อยอดพื้นที่ สร้างรายได้ เสริมเศรษฐกิจชุมชน ต่อไปนี้คงต้องคุยกับชาวชุมชนและศาสนาสถาน วัดในพื้นที่ วางแผนจัดระบบที่พักโฮมเสตย์ กิจกรรมการท่องเที่ยว อาหารพื้นถิ่น เส้นทางการท่องเที่ยวที่จะเชื่อมระหว่างกันเพื่อพัฒนาโปรแกรมการท่องเที่ยวต่อไป

  • เกาะลิบง พื้นที่ต้นแบบเกาะปลอดเหล้า ปลอดภัย

    เกาะลิบง พื้นที่ต้นแบบเกาะปลอดเหล้า ปลอดภัย

    เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นเกาะต้นแบบ ของโครงการเสริมพลังการท่องเที่ยวโดยชุมชนปลอดภัย ของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ขับเคลื่อนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนเพื่อสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจชุมชน รวมทั้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในร่องน้ำทะเลของเกาะลิบงมีหญ้าทะเล อาหารโปรดของพะยูน ทำให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า หมู่เกาะลิบงเป็นหนึ่งในที่อยู่สุดท้าย โดยมีพยูนที่มีชีวิตอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ประมาณ 180 ตัว ที่เรารู้จักกันดี มีน้องมาเรียม เป็นพยูนที่ตายจากการกินขยะที่ลอยจากทะเล

    นายประชุม เจริญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านเกาะลิบง กล่าวว่า จากที่มีโครงการเสริมพลังการท่องเที่ยว มาวางรากฐานของเกาะลิบง ให้เป็นพื้นที่ปลอดเหล้า ทำให้มีกฎ กติกา ชุมชน 3 ส.(ห้ามนำ สุรา สิ่งเสพติด สายเดี่ยว ) มาใช้ในเกาะเป็นการ สร้างพื้นที่ดี สร้างความปลอดภัยให้กับชุมชน ทางชุมชนก็ยึดถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาตลอด เมื่อมีการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน มีนนักท่องเที่ยวมาเยือน มีการทำการประชาสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวรู้สึกปลอดภัยเป็นการบอกต่อปากต่อปาก จนมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวมากมาย อาชีพหลักของคนในชุมชนคือทำการประมงและตัดยางเป็นหลัก ส่วนการรับนักท่องเที่ยวเป็นอาชีพเสริม แต่เป็นรายได้หลักให้กับคนบนเกาะแล้ว  พื้นที่เกาะลิบงมีประชากรทั้งที่เป็นไทยพุทธและไทยมุสลิม อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

    นางไพรัช วัฒนกุล  ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้า จ.ตรัง กล่าวว่า การทำงานกับชุมชนลิบง ที่ผ่านมาไม่หนักใจเลย ผู้คนน่ารัก ตนเองได้มาชวนผู้นำชุมชน มาปรึกษาหารือการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยให้ชุมชนเป็นเจ้าของและบริหารจัดการท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง ช่วยกันสร้างระบบระเบียบ ทำให้ชุมชนมีรายได้ อยู่ได้อย่างยั่งยืน ลูกหลานกลับมาอยู่บ้าน นอกจากนี้ยังนำเครือข่ายลดอุบัติเหตุมาช่วยกันพัฒนารณรงค์ลดอุบัติเหตุ มีการสร้างทางม้าลายหน้าโรงเรียน ทางเกาะลิบงมีวัฒนธรรมและความหลากหลาย นอกจากนี้ตนเองยังเชื่อมกับมูลนิธิคนเห็นคน มาส่งเสริมการละหมาดสร้างปัญญาและชวนกันไปเชื่อมประสานกับมุสลิม 5 จังหวัดชายแดนใต้ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส อีกด้วย

    เกาะลิบงนอกจากจะเป็นที่อนุรักษ์พยูนแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้ทำกิจกรรมกับชุมชนอีกมากมาย เช่น การส่องปูตอนกลางคืน การปีนเขา การดำน้ำ การตกหมึก กรีดยาง และเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน ทานอาหารพื้นถิ่น ผู้คนน่ารัก เชิญชวนมาเที่ยวกัน ปลอดเหล้า ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

  • นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรฎ.สุราษฏร์ธานี ลงฝึกงานกับสคล.ใต้ตอนบน

    นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรฎ.สุราษฏร์ธานี ลงฝึกงานกับสคล.ใต้ตอนบน

    นักศึกษาสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มรฎ.สุราษฏร์ธานี ลงฝึกงานกับสคล.ใต้ตอนบน เมื่อวันที่ 21 -24 พฤษจิกายน 2565 นักศึกษา สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษย์ศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี จำนวน 19 คน ได้ลงฝึกงานเบื้องต้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่ชุมชน ทั้งหมด 4 ชุมชน ได้เเก่ ชุมชนนาขาจังหวัดชุมพร ชุมชนเขาค่ายจังหวัดชุมพร ชุมชนเวียงสระจังหวัดสุราษฏร์ธานี เเละชุมชนบ้านเกาะจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการฝึกงานเบื้องต้นจะทำให้นักศึกษาได้ทราบถึง ระบบองค์กร การทำงานเชิงระบบ การฝึกคิดโครงการเพื่อต่อยอดในชุมชนตัวเอง ทักษะสื่อสารมวลชล การฝึกกายเเละใจเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น การเเก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อลงชุมชน การวางเเผนไทม์ไลน์งานเเต่ละงานในระยะฝึกงาน เเละยังมีกระบวนการต่าง ๆ มากมายที่ทรอดแทรกอยู่กับกิจกรรมที่ทางทีมได้เตรียมไว้ เช่น สัตว์สี่ทิศ การค้นหาไทม์ไลน์ของตัวเอง การช่วยกันทำอาหารกิน เป็นต้น เเละยังมีพี่ๆจากภาคีต่างๆ เข้ามาร่วมเเลกเปลี่ยนความคิดเเละให้กำลังใจ

    นายกัณตณัช รัตนวิก เป็นวิทยาการในการใช้ความรู้กับน้องๆนักศึกษา สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษย์ศาสตร์เเละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฏร์ธานี ในหัวข้อของทักษะมวลชล เพื่อที่จะให้นักศึกษาได้เตรียมพร้อมก่อนที่จะลงพื้นที่ชุมชนจริงในเดือนธันวาคม ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในการลงฝึกงานชุมชนครั้งนี้ นักศึกษาจะต้องมีการทำวิจัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเเละเรียนรู้ในชุมชน

  • งดเหล้าสงขลาเปิดเส้นทางท่องเที่ยวปลอดภัย เชื่อมโยงชุมชนคนสู้เหล้าบ้านควนเหนือ

    งดเหล้าสงขลาเปิดเส้นทางท่องเที่ยวปลอดภัย เชื่อมโยงชุมชนคนสู้เหล้าบ้านควนเหนือ

    เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดสงขลา ร่วมกับ สสส. และอำเภอบางกล่ำ เปิดเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสุขภาพ “วัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง อำเภอบางกล่ำ”  ต้นแบบการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์โดยชุมชน สู่การลดปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่

    วันที่ 22  พฤศจิกายน  2565  นายปฏิวัติ  ทองเพชรจันทร์  นายอำเภอบางกล่ำ  ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรม วัฒนธรรมสร้างสุข  ท่องเที่ยวปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง อำเภอบางกล่ำ  โดยมี นายชาญวิทูร  สุขสว่างไกร ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสงขลา  กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนคนสู้เหล้า เชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนพื้นที่อำเภอบางกล่ำ โดยนำร่องจาก พื้นที่ชุมชนคนสู้เหล้า บ้านควนเหนือ หมู่ 17  ตำบลท่าช้าง สู่พื้นที่ใกล้เคียงได้แก่ หมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำ และ หมู่ที่ 3  ชุมชนบ้านหัวนอนวัด ตำบลแม่ทอม  อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา  นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างอาชีพแก่ผู้เข้าร่วมโครงการงดเหล้าในพื้นที่  ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน รวมถึงความพร้อมในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

    ภายในงาน มีการจัดเวทีเสวนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการสร้างกระบวนการพัฒนาชุมชน สู่พลเมืองตื่นรู้ ลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ  การแสดงหนังตะลุงโดยกลุ่มเยาวชนนักรณรงค์งดเหล้าบ้านควนเหนือ การแนะนำผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน และปิ่นโตสุขภาพร้อยสาย โดย ชมรมคนหัวใจเพชรบ้านควนเหนือ   การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว ชมกลุ่มคนเลี้ยงชันโรง  ผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่พื้นที่ ณ สวนลุงรมย์ หมู่ที่ 1 ตำบลบางกล่ำ / ชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเตยปาหนัน ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่วัดคูเต่า  ที่ได้รับรางวัลยูเนสโก้ ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ชุมชนบ้านหัวนอนวัด ตำบลแม่ทอม และปิดท้ายด้วย การเรียนรู้ภูมิปัญญาการละเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์มานพ  แย้มอุทัย  ผู้ทรงคุณวุฒิ จาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  และ นายธีระ  วัชรปราณี  ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)   ผู้แทนจาก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางกล่ำ องค์การบริหารส่วนตำบลบางกล่ำ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา ผู้นำชุมชนและภาคีที่ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพในพื้นที่ มีผู้สนใจเข้าร่วมเรียนรู้ จำนวนกว่า 120  คน ลงพื้นที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านควนเหนือ หมู่ 17 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

    พื้นที่อำเภอบางกล่ำ เป็นอีกสถานที่หนึ่งในจังหวัดสงขลา ที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างชาติ ให้เข้ามาเที่ยวในบางกล่ำได้อย่างมากมาย ทั้งแหล่งโบราณสถาน วัดคูเต่า ชุมชนคนสู้เหล้า สระมรกต ศิลปินพื้นบ้านหนังตลุง มโนราห์  จุดชมวิวสะพานไม้โบราณ ตลาดน้ำบางกล่ำ ซึ่งถือเป็นตลาดปลอดภัย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่  ปลอดภาชนะโฟม และแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ มากมาย ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดสงขลา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย และ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมบางกล่ำ จึงได้จัด กิจกรรม วัฒนธรรมสร้างสุข ท่องเที่ยวปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง อำเภอบางกล่ำขึ้น เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพให้แก่ชมรมคนหัวใจเพชร  ชุมชน ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ได้สามารถขับเคลื่อนการท่องเที่ยวปลอดภัยในตำบล โดยนำร่อง 3 พื้นที่  ได้แก่ ตำบลท่าช้าง ตำบลบางกล่ำ และ ตำบลแม่ทอม ให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศต่อไป

    “ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่หันมาให้ความสำคัญในด้านท่องเที่ยวชุมชนอย่างปลอดภัย  ทางสมาคมอยากร่วมเชิญชวนทุกพื้นที่ร่วมกันสร้างกติกา  และเร่งประชาสัมพันธ์ ในด้านจัดการท่องเที่ยวที่ปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่ ในระหว่างท่องเที่ยว ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าถึงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ไม่ได้เที่ยวเพียงแค่การสัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งเทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวประเภทใหม่นี้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเลือกที่จะเดินทางไปยังทริปที่มีความหมาย คุณค่าทางวัฒนธรรม ปลอดภัย เพื่อมาเติมเต็มความต้องการ โดยอาจจะเริ่มจากลักษณะการเดินทางเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เช่น กลุ่มเพื่อนฝูง กลุ่มครอบครัว หรือการจัดทริปในรูปแบบอาสาสมัคร และทริปเน้นเรียนรู้ทักษะในกลุ่มผู้เดินทางทุกช่วงวัย ส่งเสริมให้เกิดรายได้ในชุมชน สู่การท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” 

    นางสาวรมิตา ธุระบุตร์  รองนายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติม

  • “ต๋ามผางปะติ๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ถวายเป็นพุทธบูชายี่เป็งเชียงใหม่

    “ต๋ามผางปะติ๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ถวายเป็นพุทธบูชายี่เป็งเชียงใหม่

    เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ และภาคี หน่วงงาน องค์กรในพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่ ร่วมจัดกิจกรรม “ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ปีที่ 11 จำนวน 10,000 ดวง บริเวณ 4 มุมเมืองของตัวเมืองเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงหรือยี่เป็งเชียงใหม่ โดยมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้ร่วมกันวางผางประตี้ดตามจุดต่าง ๆ ก่อนร่วมกันจุด เพื่อให้แสงเทียนส่องสว่างไสวไปทั่วเมืองเชียงใหม่ ถวายเป็นพุทธบูชาในห้วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่

    เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ฟื้นบ้านย่านเวียง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) “ต๋ามผางปะติ๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ปีที่ 11 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2565 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ และ 4 มุมคูเมืองเชียงใหม่ โดยกิจกรรมนี้ ทางเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ พร้อมชุมชุนต่าง ๆ วัด, สถาบันการศึกษา, ภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนา ที่มีความเชื่อว่าการจุดผางประทีปเป็นพุทธบูชา รวมทั้งแสดงความสำนึกบุญคุณและขอขมาสิ่งต่าง ๆ และค่านิยมในงานบุญประเพณีที่ร่วมสมัย มีความปลอดภัย เพื่อเป็นทางเลือกของการลดอุบัติเหตุจากประทัดยักษ์ และการปล่อยโคมลอย

    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานต๋ามผางปะตี๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2565 โดยมีนายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่

    “ต๋ามผางปะตี้ด” แปลว่า การจุดประทีป บางพื้นที่ก็เรียกปะตี๊ป ทั้งนี้ผางประตี้ดที่ใช้จุดในช่วงการจัดกิจกรรมนั้น มาจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชน รวมทั้งเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ ตั้งแต่เริ่มต้นทุกขั้นตอนจนแล้วเสร็จ โดยทำการจัดกิจกรรมหยอดผางปะตี้ดขึ้นก่อนวันงาน สำหรับผางปะตี้ดหรือประทีป ที่ทางเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่นำมาใช้ มีขนาด 3 นิ้วครึ่ง โดยสามารถจุดได้ 5-6 ชั่วโมง จำนวน 10,000 ดวง นอกจากนี้ยังมีผางประทีปขนาดต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้อีกรวมหลายหมื่นดวง เพื่อร่วมกันจุดบูชาเมืองเพื่อให้สว่างไสวไปทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่ในช่วงงานประเพณียี่เป็ง

    ตลอดระยะเวลาของกิจกรรม เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ยังมีการฟ้อนเทียนบูชาเมือง เทศน์อานิสงส์ผางประทีป ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่ทางเครือข่ายจัดทำทุกปี โดยมีการจัดอบรมซ้อมฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ซึ่งโดยในปีนี้มีผู้ที่สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเปิดสอนตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน


    ข่าว : ศุภกิตติ์ คุณา
    ภาพประกอบ : วิรัตน์ ไชยชนะ, วิทยาลัยอาชีวะเชียงใหม่, เทศบาลนครเชียงใหม่, ศุภกิตติ์ คุณา