Category: งานบุญประเพณี

  • รวมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา อีสานล่าง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข มุ่งส่งเสริมให้บวชตามพระธรรมวินัย เรียบง่าย ลดปัจจัยเสี่ยง

    รวมพลังเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา อีสานล่าง ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข มุ่งส่งเสริมให้บวชตามพระธรรมวินัย เรียบง่าย ลดปัจจัยเสี่ยง

    ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้มีโอกาสบวชลูกบวชหลาน ถือเป็นโอกาสในการสร้างบุญใหญ่ของตนเองและครอบครัว จะต้องเต็มที่ให้ถึงที่สุด จัดงานฉลองบุญยิ่งใหญ่ เชิญหมู่ญาติสนิทมิตรสหายที่รู้จักมาร่วมอนุโมทนาด้วย เพื่อความเป็นมงคล และได้ทำบุญร่วมกันหลายคน ในความคิดของคนไทยส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ รวมถึงคนอีสานด้วยเช่นกัน การจัดงานบวชที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า จะบวชแต่ละครั้งต้องลงทุนมหาศาล ต้องจัดโต๊ะเลี้ยงแขก มีมหรสพดนตรีฉลอง มีการเสพติดความสนุกสนานจนเกินเลย มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำต่อกันมาจนกลายเป็นค่านิยม ทำให้การเข้าถึงศาสนาเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เพราะจะต้องมีทุนพอสมควร

    ปัญหาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในงานบวช ที่พบเห็นอยู่บ่อยครั้งตามสื่อสังคมออนไลน์ และสื่อสาธารณะพบว่า งานบวชหลายงาน มีการทะเลาะวิวาท การฆ่ากันได้ในงาน เมื่อสืบสวนหามูลเหตุแล้ว ล้วนมีมีต้นตอมาจาก ความเมา ที่งานบวชมีการปล่อยให้มีการดื่มเหล้ากันภายในงาน และด้วยมีมหรสพดนตรีรถแห่มาช่วยกระตุ้น เกิดความคึกคะนอง สร้างปัญหาให้กับกับสังคม และสร้างความเสื่อมเสียให้กับพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

    เมื่อวันเสาร์มี่ 16 กรกฎาคม 2565 ณ ศาลา วัดโพนขวาว ต.จิกดู่ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนา สังฆะเพื่อสังคมภาคอีสานล่าง โดยการประสานงานของ พระอธิการโสภณ ปิยธมฺโม เจ้าอาวาสวัดโพนขวาว จังหวัดอำนาจเจริญ ได้เปิดเวทีสร้างความเข้าใจ พร้อมหารือแนวทางร่วมในการผลักดันแนวคิด การบวชสร้างสุข ให้เป็นนโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของการบวชในสังคมปัจจุบัน ให้หันกลับมามองความถูกต้อง ความเหมาะสม โดยการบวชแบบเรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาตามมา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิสังฆะเพื่อสังคม และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) โดยมีจุดเริ่มต้นเพื่อสร้างต้นแบบงานบวชสร้างสุข ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร

    และได้มีการเซ็นสัญญาเพื่อรับการสนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนงานสร้างความเข้าใจ และสร้างข้อตกลงกับชุมชนในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยมีเป้าหมาย คือ ผลักดันรูปแบบการบวชสร้างสุข ให้เป็นนโยบายสาธารณะ ในพื้นที่ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ระดับท้องถิ่น ชุมชน กับวัด พร้อมกับการสร้างกระแส รูปแบบการบวชแบบเรียบง่าย เพื่อทวนกับกระแส กับการบวชแบบสิ้นเปลือง และเต็มไปด้วยอบายมุข หวังเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ตระหนักและร่วมกันเปลี่ยนแปลงค่านิยมการบวชแบบใหม่ ที่ถูกต้องและดีงามอย่างยั่งยืน ต่อไป

  • จากงานศพปลอดเหล้า สู่งานบวชสร้างสุข ปลอดเหล้า วัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง จ.สตูล

    จากงานศพปลอดเหล้า สู่งานบวชสร้างสุข ปลอดเหล้า วัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง จ.สตูล

    บวชสร้างสุข บวชวิถีใหม่ยึดพระธรรมวินัย เรียบง่าย ประหยัด ปลอดเหล้า ปลอดภัย ไกลโควิด = ได้บุญเต็มร้อย แนวคิดที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน จากการร่วมมือกันของ เครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาสังฆะเพื่อสังคม มูลนิธิ สังฆะเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ได้ร่วมกันผลักดันเชิงนโยบายของโครงการ บวชสร้างสุข ที่เดิมงานบวชที่พบเห็นในสังคมปัจจุบัน เจ้าภาพหลายคนกำลังหลงทาง จัดงานแบบฟุ้มเฟือย มีการนำเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานบวช และขัดต่อหลักศาสนาเข้า เช่นการนำเอาบายมุข เหล้าเบียร์เข้ามาในงาน จัดเลี้ยงฉลองด้วยอาหารหลายอย่าง มหรสพใหญ่โต ทำต่อๆกันมาจนอ้างว่าเป็นประเพณี กลายเป็นค่านิยมที่กดทับแก่นแท้ของการบวช ภายในงานเต็บไปด้วยอบายมุข ผู้คนทำผิดศีลธรรมดังปรากฎในสื่อสังคมปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เองงานบวช แทนที่จะเป็นงานบุญ กลับเป็นงานบาปที่ก่อปัญหา และปัจจัยเสี่ยงต่างๆภายในชุมชน

    วัดชนาธิปเฉลิม อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เป็นอีกหนึ่งวัดที่เข้าร่วมโครงการ ในการรรณรงค์ งานบวชสร้างสุข ได้ผลักดันขยายผลการขับเคลื่อนต่อ จากต้นทุนเดิม คือ ความเป็นวัดปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง และประสบการณ์จากการขับเคลื่อนงานศพปลอดเหล้า ได้ขยายผลมาสู่ประเด็นงานบวชสร้างสุข ได้รับการตอบรับจากเจ้าภาพเป็นอย่างดี จนเป็นต้นแบบให้กับวัดอื่นๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองสตูล 

    พระครูสุนทรธรรมนิเทศก์ ผจล.วัดชนาธิปเฉลิม ผู้ประสานงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข จ.สตูล ให้สัมภาษณ์ว่า การรณรงค์สื่อสาร แนวคิด “งานบวชสร้างสุข” วัดชนาธิปเฉลิม อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เอง ได้เน้นสร้างความเข้าใจ ทั้งต่อพระเอง และญาติโยมเอง โดยทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานบวชจะต้องเข้าใจและเห็นตรงกัน ถึงความถูกต้อง ความเหมาะสมในการจัดทำพิธีทางศาสนา  และด้วยที่วัดชนาธิปเฉลิมนี้เอง เป็นพระอารามหลวง การจัดกิจกรรมจึงไม่ค่อยมีความหวือหวา หรือเอิกเริกมากมายอยู่แล้ว ด้วยความเกรงใจต่อความเป็นพระอารามหลวง และผู้คนส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลาง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมักจัดงานแบบเรียบง่ายอยู่แล้ว ไม่ฟุ้งเฟื้อทำแต่พอดี นิยมจัดภายในวัด จึงไม่ค่อยมีเรื่องของ อบายมุข หรือ มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งวัดเป็นวัดที่เข้าร่วมโครงการวัดปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ ปลอดการพนันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และในด้านงานบุญประเพณี ทางวัดเองก็รณรงค์เรื่องของงานศพปลอดเหล้า 

    พอมาในปีนี้มาทำประเด็นในเรื่องของงานบวช ก็ ถือเป็นการขยายผลงานเดิม เราได้เข้าไปพูดคุยสร้างความเข้าใจ ถึง การปรับค่านิยมที่มีการบวชแบบใหญ่โต ลงทุนมากมาย มีการเลี้ยงฉลองสนุกสนาน มาจัดแบบเรียบง่าย และถูกต้องตามพระธรรมวินัย ไม่มีอบายมุข ไม่มีมหรสพใหญ่โต แต่ยังคงอนุโลมคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของท้องถิ่นอยู่ คือ อนุญาตให้มีกลองยาว ดนตรีพื้นบ้าน เข้ามามีส่วนร่วม มีบทบาท ในงานพิธีทางศาสนา

    และรอบๆวัดเองมีวงกลองยาวที่ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกัน และกลุ่มชมรมผู้สูงอายุได้รวมกลุ่มกันเป็นนางรำอาสา อาสารำตามงานพิธี งานประเพณีสำคัญต่าง ๆ เจ้าภาพที่มาจัดงานบวชที่วัดเอง ที่มีกำลัง อยากจัดเลี้ยงฉลอง มีมหรสพดนตรีสร้างความบันเทิงใจ ก็ได้กลุ่มชาวบ้านเข้ามาช่วย ค่าใช้จ่ายในการจ้างกลองยาวแต่ละครั้งอยู่ที่ 3,000 – 4,000 บาท ส่วนนางรำก็มารำให้ฟรี หรือแล้วแต่จะให้ อาตมาภาพเองมองว่า เป็นสิ่งที่ดี ที่เราได้ส่งเสริมวัฒนธรรมของชุมชน และได้ส่งเสริมรายได้ภายในชุมชนได้ อีกทั้งยังป้องกันการแทรกแซงมาซึ่งวัฒนธรรมที่ผิด ๆ และปะปนไปด้วยอบายมุข

    พระครูสุนทรธรรมนิเทศก์ ได้เล่าต่ออีกว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่ทางวัดสามารถขับเคลื่อนไปได้คือ ทางวัด ได้มีความเข้มงวดในการคัดกรองประวัติของผู้ที่จะมาบวช และทางเจ้าอาวาส พระครูวิมลธรรมรส เข้มงวดและเด็ดขาดต่อผู้ที่จะมาบวช งานไหนที่มีการดื่มเหล้า แห่นาคเข้ามา ทันจะไม่อนุญาตให้บวช จนกว่าจะหายเมา จนชาวบ้านที่จะมาบวชเองได้เข้าใจและรู้กัน ว่าเมื่อจะมาบวชที่นี้ อะไรที่ทำได้ทำไม่ได้ ทั้งนี้เป็นการทำเพื่อตัวญาติโยมและชุมชนเอง ชาวบ้านจึงเข้าใจและให้ความร่วมมือ 

    จากการรณรงค์สื่อสาร ก็ได้มีชุมชนคุ้มวัดอื่น บริเวรรอบๆ วัดชนาธิปเฉลิม ได้เห็นคุณค่า และนำแนวคิดรูปแบบ การจัดงานบวชไปปรับใช้ ทำให้เกิดสังคมสุขภาวะ บวชปลอดเหล้า ปลอดปัจจัยเสี่ยง ในพื้นที่ อำเภอเมืองสตูล

  • ‘นาคอัต’ ขอบวชปลอดเหล้า หวังตัดปัญหาความวุ่นวาย ลดความเสี่ยง เลี่ยงอบายมุข รับบุญแบบเต็มที่ไม่เปื้อนบาป

    ‘นาคอัต’ ขอบวชปลอดเหล้า หวังตัดปัญหาความวุ่นวาย ลดความเสี่ยง เลี่ยงอบายมุข รับบุญแบบเต็มที่ไม่เปื้อนบาป

    บวชพระทั้งที ขอตั้งใจรับบุญเต็มที่ ไม่เปื้อนบาป ไม่เมา = ไม่ก่อบาป

    งานบวช คือ งานบุญใหญ่ของบ้าน การบวชของลูกหลาน สร้างความสุขทางใจ  สร้างมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่พ่อแม่ ที่ผ่านมาประเพณีบวชนาคมักมีการจัดงานใหญ่โต ปะปนไปด้วยเหล้า ด้วยอบายมุขมากมาย เสพความสนุกสนานรื่นเริง จนเกินเลย จากพิธีกรรมที่เคยศักดิ์สิทธิ์ มีคุณค่าทางวัฒนธรรมได้กลายเป็นพิธีกรรมสร้างความแตกแยกระหว่างชุมชน เกิดการทะเลาะวิวาท เสียงดัง บางงานทำให้พ่อแม่ตายทั้งเป็นเพราะเสร็จงานแล้ว มีหนี้สินเพิ่มเพราะจัดงานใหญ่ ต้องเป็นทุกข์ใช้หนี้

    ด้วยเหตุนี้เอง ทางนาคอัตพงษ์ นามไพร และเจ้าภาพ จึงตัดสินใจจัดงานเป็นงานบวชปลอดเหล้า หวังตัดปัญหาความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นจากความเมา โดยคุณวาสนา นามไพร ประชาคมงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยวจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่าจัดงานปลอดเหล้าครอบครัวสบายใจ  สุขใจ  เรียบง่าย ไม่วุ่นวายเป็นงานบวชที่ได้บุญยิ่งใหญ่ มิหนำซ้ำประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะอีกด้วย

    #บวชสร้างสุข #บวชปลอดเหล้า #ลดเสี่ยง #เลี่ยงอบายมุข

  • เจ้าอาวาสวัดบิง อ.โชคชัย จ.โคราช ชวนเจ้าภาพเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช เน้นความเรียบง่าย จัดบวชหมู่ พระ 4 รูป บวชสร้างสุขปลอดเหล้าไม่ก่อเวร

    เจ้าอาวาสวัดบิง อ.โชคชัย จ.โคราช ชวนเจ้าภาพเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช เน้นความเรียบง่าย จัดบวชหมู่ พระ 4 รูป บวชสร้างสุขปลอดเหล้าไม่ก่อเวร

    เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2565 พระครูสิริสุตาลังกา (อิ่ม หิตกาโร) เจ้าอาวาสวัดบิง ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชพระใหม่ จำนวน 4 รูป โดยเป็นการบวชหมู่ และในโอกาสที่มีผู้มาขอบวชครั้งนี้ เจ้าอาวาสได้ชักชวนเจ้าภาพเปลี่ยนค่านิยมจัดงานบวช จากค่านิยมเดิมที่มาขอบวชที่นี้ ให้เป็นกาบวชแบบค่านิยมใหม่ เน้นความเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดงาน ภายใต้เศรษฐกิจข้าวยากหมากแพงในปัจจุบัน และลดปัจจัยเสี่ยงที่จะนำสู่การทะเลาะวิวาท การทำผิดศีลธรรม เช่น ภายในงานปลอดเหล้า ปลอดอบายมุข

    ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอำเภอโชคชัย เรื่องงานบวชและงานบุญประเพณีปลอดเหล้า ที่ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2563 โดยนางระเบียบ ขาวฉอ้อน หัวหน้ากลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพติด โรงพยาบาลโชคชัย และประชาคมงดเหล้าลดปัจจัยเสี่ยง จ.นครราชสีมา สนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ หวังให้เจ้าภาพมั่นใจ จัดงานบุญได้บุญไม่เปื้อนบาป และเป็นต้นแบบงานบวชปลอดเหล้า รณรงค์สร้างค่านิยมและพฤติกรรมใหม่ในสังคมต่อไป

    ด้าน นายชัยณรงค์ คำแดง ผู้จัดการโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบวชสร้างสุข กล่าว่า การบวชของลูกสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่พ่อแม่ และผู้บวช แต่ที่ผ่านมา การจัดงานบวช หรือประเพณีบวชนาค ได้กลายเป็นพิธีกรรมสร้างความแตกแยกระหว่างชุมชน ทะเลาะวิวาท เสียงดัง บางงานทำให้พ่อแม่ตายทั้งเป็น บางงานเป็นหนี้สินเพราะจัดงานใหญ่ ต้องเป็นทุกข์ใช้หนี้ เพราะค่านิยมสังคมไปไกลมาก และเพราะไม่ยึดหลักพระธรรมวินัย ชาวพุทธควรทบทวนหลักการบวชหรือการจัดงานบวชที่แท้จริงควรจะเป็นอย่างไร

  • พระสงฆ์อำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ บำบัดนักดื่ม ด้วยการบวชพระ ใช้ธรรมะ กรรมฐานและสติปัฏฐาน 4 เป็นเครื่องมือช่วย

    พระสงฆ์อำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ บำบัดนักดื่ม ด้วยการบวชพระ ใช้ธรรมะ กรรมฐานและสติปัฏฐาน 4 เป็นเครื่องมือช่วย

    จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมด้านสุขภาพของประชากร พ.ศ. 2564 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า จังหวัดหวัดเชียงใหม่ มีความชุกของนักดื่มถึงร้อยละ 35 โดยมีการแบ่งสัดส่วนประเภทนักดื่มออกไปอีก พบว่ามีสัดส่วนของนักดื่มที่ดื่มหนักถึงร้อยละ 38.4 บางรายต้องเข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาล

    พระสมุห์จำเริญ จนฺทูปโม เลขานุการเจ้าคณะอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่างานด้านการรณรงค์การงดเหล้า หรือ ลด ละเลิกอบายมุข ถือเป็นงานที่ทางคณะสงฆ์ อำเภอแม่วางเองให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในฐานะพระสงฆ์เอง ก็ได้ใช้เรื่องของธรรมะ เป็นเครื่องมือในการช่วยบำบัดนักดื่ม เช่น การเทศนาสั่งสอนในโอกาสต่างๆ การรณรงค์ให้วัดเป็นเขตปลอด อบายมุข เหล้าเบียร์

    และจากปัญหาการดื่มเหล้าของคนในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปี 2563 – 2564 ที่ผ่านมา พบว่า มีกลุ่มอดีตพระที่ลาสิกขาออกไปแล้ว ได้อยู่ในกลุ่มของนักดื่ม ที่ดื่มหนัก บางรายต้องได้รับยามาช่วยในการบำบัดรักษา อาตมภาพเอง มองว่ากลุ่มอดีตพระเหล่านั้นเขาน่าจะยังมีภูมิธรรม หลงเหลืออยู่ เนื่องจากบางคน เป็นถึงอดีตเจ้าอาวาสก็มี อดีตนักธรรมบาลี ก็มี จึงได้รวมกลุ่มแล้วชวนกลับมาบวชอีกครั้ง หวังใช้ธรรมมะ การวิปัสสนากรรมฐาน เจริญสติปัฏฐาน 4 มาช่วยบำบัดให้กลับมาปกติ เป็นข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือ เข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ สติปัฏฐานมี 4 อย่าง การตามอนุปัสสนาในกาย เวทนา จิต และธรรม

    จนในที่สุดก็สามามารถกลับมามีภูมิธรรมอีกครั้ง มีสติที่ดี เข้าใจโลก เข้าใจธรรม เลยขยายผล แล้วใช้การบวชพระเป็นเครื่องมือในการช่วยบำบัดนักดื่ม โดยการให้อธิษฐานจิตปฏิญาณตนก่อนบวช เมื่อบวชเข้ามาแล้ว พระสงฆ์ก็ช่วยกันดูแล ฝึกปฏิบัติ ให้กับผู้ที่เข้ามาบวช บางราย เมื่อถึงกำหนดลาสิกขาก็ขอบวชต่อ เนื่องจากรู้สึกดี สงบ เย็นและเห็นความจริง ขอศึกษาธรรมะต่อ ๆ ไป

    ท้ายสุด พระสมุห์จำเริญ จนฺทูปโม เล่าต่ออีกว่า จากการดำเนินงานรณรงค์ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เปราะบาง (เด็กเยาวชน) ที่ทางครอบครัวแตกแยกหย่าร้างกันจากปัญหาเรื่องเหล้า ได้เข้ามาขอบวชเรียนโรงเรียนปริยัติธรรม และจำวัดอาศัยบุญผ้าเหลือง ทางคณะสงฆ์จึงให้การอนุเคราะห์ในรูปแบบการศึกษาสงเคราะห์ และใช้โอกาสนี้ดูแลสร้างภูมิคุ้มกัน การหลุดเข้าไปในวงจรของนักดื่มหน้าใหม่ต่อไป

    ประมวลภาพงานบวช (นักดื่ม) ปี2563-2564

    บวชสร้างสุข…เห็นทุกข์เห็นธรรมะ เราจะมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน ก็ต่อเมื่อเรามองเข้าไปในใจตัวเองเท่านั้น
    บวชปฏิบัติธรรมเจริญสติกรรมฐานแนวสติปัฏฐาน 4

    ติดต่อ โทร 08 1472 0275 พระจำเริญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดอยสัพพัญญู

  • งานบวชสร้างสุข วิถีคนพุเตย จ.เพชรบูรณ์ เน้นเรียบง่าย ไร้ปัจจัยเสี่ยง สุขทั่วถึง ทั้งผู้บวชและชุมชน

    งานบวชสร้างสุข วิถีคนพุเตย จ.เพชรบูรณ์ เน้นเรียบง่าย ไร้ปัจจัยเสี่ยง สุขทั่วถึง ทั้งผู้บวชและชุมชน

    พระครูสิทธิพัชรบวร เจ้าคณะอำเภอวิเชียร์บุรี เจ้าอาวาสวัดพุเตยประสิทธิ์ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ รณรงค์ “งานบวชสร้างสุข” เทศนา ให้แง่คิด พร้อมเจริญพร/ชักชวน ให้ชุมชนได้ร่วมใจกันจัดงานบวชแบบเรียบง่าย ยึดพระธรรมวินัย ขอให้คงไว้ซึ่งพิธีการ หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรม ที่ดีงามไว้ ส่วนสิ่งไหนที่ผิดหลักศีลธรรม ขัดต่อหลักพุทธศาสนาขออย่าให้นำเข้ามา

    เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 พระครูสิทธิพัชรบวร เจ้าคณะอำเภอวิเชียร์บุรี เจ้าอาวาสวัดพุเตยประสิทธิ์ จ.เพชรบูรณ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วัดพุเตยประสิทธิ์นั้น เป็นอีกหนึ่งวัดที่ประชาชน ใช้จัดกิจกรรมหรือประกอบพิธีการทางศาสนาสำคัญ ๆ โดยเฉพาะงานบวช ส่วนใหญ่ เมื่อบ้านไหนจะบวชลูก บวชหลาน หรือบวชทั่วไปก็จะมาทำพิธีที่วัดพุเตยประสิทธิ์ มากกว่าร้อยงาน เนื่องจากเมื่อก่อนวัดต่าง ๆ ยังไม่ค่อยมีโบสถ์ และพระอุปัชฌาย์เยอะ เหมือนทุกวันนี้

    โดยวัตถุประสงค์ ของญาติโยมที่มาบวชส่วนใหญ่ จะมาบวชเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ บางงานบวชเพื่ออุทิศบุญบุญกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งรับวัฒนธรรมมาจากชาวลาว เหตุเพราะชาวพุเตย ส่วนใหญ่นั้นเป็นคนที่มีบรรพบุรุษเป็นชาวลาว พิธีการ พิธีกรรมก็จะมีความแตกต่างกันออกไปตามวัตถุประสงค์ เช่น

    การบวชเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่ โดยส่วนใหญ่จะนิยมจัดงานแบบเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตองอะไรเยอะ ใช้เวลาเพียงวันเดียว โดย จะมีพิธีกรรม คือ พิธีปลงผมนาค เสร็จแล้วก็จะมีพิธีขอขมา หรือ ขออโหสิกรรมพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ ที่เคยล่วงเกินไป ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม โดยจะมีมัคนายกวัด หรือปราชญ์ชุมชน เป็นผู้พาทำพิธี ต่างๆ จากนั้นก็จะมีการเคลื่อนขบวนแห่นาค มีแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ถือไตรครอง ผู้เป็นพ่อถือบาตรและตาลปัตร ด้านข้าง และญาติพี่น้องช่วยกันถือเครื่องอัฐบริขาร เข้าไปในบริเวณโบสถ์ แล้วเดินประทักษิณเวียนขวารอบสีมา เพื่อให้นาคได้มีโอกาสในการทำสมาธิ ในการท่องบทขออุปสมบท (ขอบวช) จึงไม่นิยมให้มีการส่งเสียงดัง รบกวนนาค เหมือนในปัจจุบันนี้

    ส่วนการบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ตามความเชื่อของชาวลาว ก็จะมีการจัดงานอยู่ 2 วัน  โดยวันแรกจะตั้งพิธีที่บ้าน ชาวบ้านเรียกว่า ตั้งกองบวช เพื่อนิมนต์พระสงฆ์ไปกระทำพิธีเจริญพุทธมนต์ และให้ผู้ที่จะบวชและเจ้าภาพได้ทำบุญอุทิศให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วมีการจัดเลี้ยงแขก หรือเพื่อนบ้านที่มาร่วมทำบุญด้วย บางงานก็จะพิธีผูกแขน สู่ขวัญนาคแทรกเข้าไปด้วย ส่วนวันรุ่งขึ้นก็จะดำเนินพิธีไปเหมือน ๆ กันกับการบวชทั่วไป

    แต่มาในยุคปัจจุบันนี้ ด้วยกระแสค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไปก็มีการเพิ่มเติมเอาสิ่งที่มันไม่เกี่ยวข้องกับงานบวชเข้ามา เช่น การแห่นาค เดิมทีนั้น จะมีการแห่แบบสงบ ๆเรียบง่าย ไม่ฟู่ฟ่า เพื่อให้นาคมีโอกาสได้ทำสมาธิ แต่ปัจจุบันก็มีการนำเอาดนตรี มหรสพเข้ามาร่วมด้วย เสียงดังทั่ววัด ซ้ำร้ายมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยข้ออ้างที่ว่างานบุญทั้งทีต้องสนุกสนาน รื่นเริง มีการจัดงานเลี้ยงอย่างใหญ่โต เชิญแขกญาติผู้ใหญ่ เพื่อนสนิทมาทั่วทุกสารทิศ กลายเป็นค่านิยม ที่เมื่อจะจัดงานบวชจะต้องมีการลงทุนเยอะๆ  เพื่อให้ได้บุญเยอะๆ แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย

    พระครูสิทธิพัชรบวร ท่านได้เล่าต่ออีกว่า ตอนนี้ ทางวัดได้เข้าร่วมโครงการ “บวชสร้างสุข” คือการบวชปลอดเหล้าปลอดอบายมุข ยึดหลักพระธรรมวินัย กับทางสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็เลยได้แรงบันดาลใจ เนื่องจากมีเครือข่ายพระสงฆ์นักพัฒนาทั่วทั้งประเทศร่วมขับเคลื่อนด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วทางวัดพุเตยประสิทธิ์เองก็ส่งเสริมเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็ได้ตัวโครงการนีเข้ามาช่วยเป็นแรงหนุนเสริมให้พระสงฆ์มีเสียงที่ดังขึ้น ก็ได้เทศนา หรือชักชวนโยม ให้เข้าใจหลักการ และแก่นแท้ ของการบวช ในโอกาสต่าง ๆ ที่พอจะประชาสัมพันธ์ได้

    แต่ช่วงแรก ๆ นั้นก็ยังยากอยู่ จะบอกจะห้ามได้แค่คนในพื้นที่เทศบาลตำบลพุเตย เท่านั้น ส่วน ผู้ที่อยู่นอกพื้นที่หรือนอกเขตที่มาบวชส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยเห็นด้วยหรือเชื่อฟังเท่าไหร่ จึงจะยกให้วัฒนธรรมการบวชของคนพุเตยที่บวชแบบเรียบง่าย นี่แหล่ะเป็นต้นแบบ ให้ผู้ที่คิดจะบวช ได้เห็นและเข้าใจว่า การบวช มันไม่มีอะไรที่จะต้องทำอะไรยุ่งยากเลย ไม่ต้องลงทุนเยอะ ก็บวชได้ โดยให้ยึดที่เป้าหมาย ว่า เรามาบวชเพื่ออะไร บวชเพื่อใคร เพื่อตนเอง เพื่อพ่อแม่ เพื่อบรรพบุรุษ หรือเพื่อพุทธศาสนา ทำแบบไหนจะเกิดความสุขที่แท้จริง และทำแบบไหนจะเกิดความสุขที่ปนไปด้วยทุกข์ ที่มีปัญหาหลายอย่างตามมามากมาย