Category: งานบุญประเพณี

  • พานเชียงราย รณรงค์ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ เดินทางปลอดภัย

    พานเชียงราย รณรงค์ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ เดินทางปลอดภัย

    “ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” เดินทางปลอดภัย พร้อมกำชับ อสม.คัดกรองคนเมา-สอดส่องร้านค้าขายเหล้าผิด กม. สสส. ชูของขวัญไม่ใช่เหล้า-ดื่มไม่ขับ กรึ่มๆ ก็ถึงตาย ชี้คนตระหนักผลกระทบเหล้า มีเป้าหมายทั้งระดับภาพรวมของประเทศ หน่วยงาน และพื้นที่ ซึ่งทุกระดับลดการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและจำนวนผู้บาดเจ็บ(admit) จากจำนวนผู้เสียชีวิตในพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่คาดเข็มขัดนิรภัยลดลง

    เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 65 ณ ลานหน้าที่ทำการ อบต. ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย โดยโรงพยาบาลพาน เชียงรายนำโดย ทพญ. อรรอนงค์ พูลสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล กลุ่มงานปฐมภูมิ หน่วยปฐมพยาบาล โรงพยายาลพาน ได้เข้าร่วมกิจกรรม เวทีสานพลังเครือข่ายเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นสู่การจัดการถนนปลอดภัย อำเภอพานอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ร่วมเปิดศูนย์ปฎิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 และมอบป้าย รณรงค์ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้องรับปีใหม่ ปีใหม่ ชีวิตใหม่ สนุกได้โดยไร้แอลกอฮอล์ ในการนี้ต้องขอบคุณสำนักงานเครือข่ายงดเหล้าเชียงราย สำนักงานสาธารณสุขเชียงราย ศูนย์ประสานประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน และคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน

  • จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมบูรณาการจัดงานปีใหม่และงานกาชาด ประจำปี 2565 ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่

    จังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมบูรณาการจัดงานปีใหม่และงานกาชาด ประจำปี 2565 ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่

    เมื่อวันที่ วันที่ 28 ธันวาคม หน่วยงานในจังหวัดรอยเอ็ด และภาคีต่างๆ นำทีมโดย นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น ร่วมออกตรวจเตือน ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ภายในบริเวณพื้นที่จัดงาน “งานปีใหม่และงานกาชาด ประจำปี 2565 ปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่” ประกอบไปด้วย ตำรวจ สสจ. พมจ. เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด สรรพสามิต ปกครองจังหวัด ปกครองอำเภอเมือง สคร.7 ขอนแก่น เครือข่ายงดเหล้า และเครือข่ายเยาวชนปลอดเหล้าบุหรี่และยาเสพติดจังหวัดร้อยเอ็ด

    นายปรีชา แสนรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า

    การจัดงานในปีนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดีเช่นเคย จากพ่อค้าแม่ค้า ในการปฎิบัติตามกฏหมาย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน หรือในสถานที่ราชการ

    ในส่วนของการออกตรวจ มีการดำเนินการออกตรวจทุกวันตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2565 ไปจนถึง 6 มกราคม 2566 ตลอดทั้ง 10 วันของการจัดงาน และในวันแรกของการจัดงาน การออกตรวจ เป็นไปด้วยดีไม่พบผู้กระทำผิด พรบ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะภาคีสานตอนบน

  • หน่วยงานในอุดรธานี ออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-จำหน่าย  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง

    หน่วยงานในอุดรธานี ออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-จำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง

    เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 จังหวัดอุดรธานี ร่วมปฏิบัติการดำเนินมาตรการออกตรวจเตือน ห้ามดื่ม-ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานทุ่งศรีเมือง งานกาชาดจังหวัดอุดรธานี วันนี้นำทีมโดยป้องกันจังหวัดอุดรธานี โดยมีหน่วยงานหลักร่วมกันดังนี้ สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี สรรพสมิตพื้นที่อุดรธานี พมจ.อุดรธานี ปกครองจังหวัด แรงงานจังหวัด กองบัญชาการรักษาดินแดน เครือข่ายงดเหล้าอุดรธานี

    โดยงานทุ่งศรีเมือง (กาชาดอุดรธานี) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง อำเภอเมืองอุดรธานี ซึ่งการดำเนินงานมาตรการออกตรวจนี้ ได้มีกระบวนการทำงานทุกปี โดยคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันออกตรวจตรา เฝ้าระวังความเรียบร้อยภายในงาน ยึดตามกฎหมายห้ามดื่ม ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณงานโดยเด็ดขาด

    ทั้งนี้ การออกตรวจในงานทุ่งศรีเมือง จะมีการรวมตัวกัน ณ กองอำนวยการร่วมฯ คณะทำงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้างศาลหลักเมืองในเวลา 20.00 น. และมีการออกตรวจ 2 ช่วงเวลา คือ

    • รอบแรก เริ่ม 20.30 น.
    • รอบสอง เริ่ม 22.30 น. ในช่วงเวลาที่สองนี้ จะเน้นไปทีเวทีคอนเสิร์ตที่มีศิลปินมาทำการแสดง

    การออกตรวจแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม/กลุ่มละประมาน 15-20 คน ออกตรวจทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 จนเสร็จสิ้นงาน ค่อยจะมีการประชุมสรุปงานกันอีกครั้ง

    การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นับตั้งแต่วันที่ 1 ถึง วันที่ 4 ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ เพราะมีการคมเข้มด้านการจัดงาน มีเจ้าหน้าที่ดูแลทุกมุมของงาน ด้วยนโยบายที่เข้มแข็ง จึงทำให้อุดรธานี สามารถจัดงานใหญ่ได้ด้วยความเรียบร้อยทุกๆปีนั่นเอง

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ภาคีเครือข่ายขอนแก่น ร่วมรณรงค์งานกาชาดปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่

    ภาคีเครือข่ายขอนแก่น ร่วมรณรงค์งานกาชาดปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่

    เมื่อวันที 29 พฤศจิกายน 2565 หน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ออกตรวจเตือนห้ามดื่ม และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงห้ามสูบบุหรี่ ในงาน “เทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2565” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2565 ณ บริเวณศาลากลางจังหวดขอนแก่น และถนนบริเวณโดยรอบเส้นศูนย์ราชการ อำเภอเมืองขอนแก่น

    ในการนี้ประกอบไปด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 ขอนแก่น สภ.เมืองขอนแก่น ปกครองจังหวัดขอนแก่น สรรพสามิตพื้นที่ขอนแก่น เครือข่ายงดเหล้าจังหวดขอนแก่นและภาคอีสานตอนบน ร่วมกันเดินรณรงค์ภายงานและโดยรอบพื้นที่จัดงานกาชาดขอนแก่น วันที่ 29 พฤษศจิกายน เป็นวันแรกของการจัดงาน

    จากการดำเนินงานในวันแรก ไม่พบการละเมิดหรือกระทำคววามผิด ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ภายในงาน และยังได้รับความร่วมมืออย่างดี จากพ่อค้า แม่ค้าภายในงานในการให้ตรวจเตือน และประชาสัมพันธ์

    โดยในปีนี้ พบว่า มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 100 ร้าน หลังจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19 ปีนี้ การจัดงานกลับมาคึกอีกครั้ง แต่มาตรการในการห้ามดื่ม ห้ามจำหน่าย ก็ยังคงปฏิบัติเช่นเดิม พ่อค้าแม่ค้าส่วนมาก ก็ทราบดีว่า ไม่สามารถจำหน่ายได้ เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้ค้าขายกลุ่มเดิมเป็นส่วนใหญ่

    สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงาน และภาคีเครือข่ายต่างๆ จะมีการดำเนินการตลอดทุกวันของการจัดงาน ระหว่าง 29 พฤศจิกายน จนถึง 10 ธันวาคม

    ในงาน “เทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2565” มีกิจกรรม การจัดแสดงต่างๆ มากมาย จากทั้งจังหวัด ทั้งระดับจังหวัดและอำเภอต่างๆ ได้แก่

    – การออกบูธสลากกาชาด

    – การจัดแสดงเฮือนอีสานจากทั้ง 26 อำเภอ ที่เนรมิตเฮือนในรูปแบบอีสานสมัยก่อน มาตั้งโชว์ไว้ ประกอบกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ ความเป็นอยู่จากแต่ละอำเภอมาประชันกัน พร้อมการแสดงทุกค่ำคืน

    – การแสดงจากเวทีกลาง และเวทีวัฒนธรรมที่ศาลาไหมผูกเสี่ยว

    – การแสดงสินค้าจากทั่วขอนแก่นและภาคอีสาน

    – การโชว์ความเป็นอัตลักษณ์ของเมืองขอนแก่น ผ่านการออกแบบ ตกแต่งภายในงาน และบูธต่างๆ

    การจัดงานในทุกปี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากมีมาตรการจังหวัดคุมเข้ม ความปลอดภัยในด้านต่างๆ การป้องกันการกระทำผิดในทุกรูปแบบ ประชาชนที่มาเที่ยวงานทั้งกลางวัน และกลางคืน ก็สามารถมาเที่ยวชมงานได้อย่างสบายใจ

    ภาพ/ข่าว : เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • ชุมชนคุณธรรม อ.บึงโขงหลง ประชุมหารือขับเคลื่อนกติกาชุมชนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    ชุมชนคุณธรรม อ.บึงโขงหลง ประชุมหารือขับเคลื่อนกติกาชุมชนงานบุญประเพณีปลอดเหล้า

    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 เครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง จัดประชุมหารือกับผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชน 3 ชุมชน ในอำเภอบึงโขงหลง ได้แก่ หมู่ 2 บ้านโนนสว่าง , หมู่ 13 บ้านสว่างพัฒนา , หมู่ 9 บ้านสระแก้ว ซึ่งทั้ง 3 ชุมชนได้ร่วมวงพูดคุยกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะงานบุญประเพณีปลอดเหล้า รวมไปถึงการหามาตรการหรือกติกาชุมชน เพื่อควบคุมให้ชุมชนลดปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆ ให้เกิดความร่วมมือในการรักษาธรรมเนียมปฏิบัติ การแบ่งบทบาทหน้าที่ในการเป็นตัวแทนชุมชน และการรับรู้กฎหมายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย ก็เป็นข้อกฎหมายที่จำเป็นต้องรับรู้และบังคับใช้ในชุมชน

    พระครูสุตวรธรรมพินิจ เจ้าอาวาสวัดศิริมงคลวราราม รองเจ้าคณะอำเภอบึงโขงหลง

    กล่าวว่า เรื่องรณรงค์งานบุญปลอดเหล้าในชุมชน ทั้งงานบุญ งานศพ หรืองานอื่นๆ มีต้นทุนอยู่แล้ว ซึ่งงานเหล่านี้ มี 2 ส่วน คือ

    1.ประเพณีที่มีวัดเป็นจุดศูนย์กลาง เช่น งานกฐิน งานบุญมหาชาติ(บุญเผวด) งานสงกรานต์ งานลอยกระทง งานบุญผ้าป่า งานบุญกุ้มข้าว เป็นต้น งานเหล่านี้ที่จัดที่วัด เราสามารถควบคุมได้ค่อนข้างดี ชุมชนส่วนมากเข้าใจกติกา

    2. งานนอกวัด เช่น งานศพ งานบวช งานแต่ง งานเลี้ยงฉลองต่างๆ พวกนี้ควบคุมได้ราว 80-90 % และโดยส่วนมาก งานที่จัดมีเหล้า คืองานของคนมีเงิน งานที่มีญาติมาจากต่างถิ่น มีหน้ามีตา เขาก็จะไม่ได้สนใจกติกาชุมชน

    ในชุมชนคุณธรรมที่พระครูสุตวรธรรมพินิจขับเคลื่อนมาหลายปี ตอนนี้อยู่ตัว แต่ไม่ถึง 100% งานบุญในวัดไม่มี 99% ได้ ที่มีก็ดื่มและแอบนำมาจากข้างนอก ถ้าเห็นก็ว่ากล่าวตักเตือนกัน มีการรณรงค์กันมา จนไม่มีการดื่ม ขายเหล้าในวัด แม้แต่ปาลูกโป่ง เกมการพนันก็ไม่ให้มี มีมาตรการเข้มงวดพอสมควร และงานที่ทำได้ส่วนใหญ่ จะเป็น “งานศพปลอดเหล้า”

    สำหรับการดำเนินงานของแต่ละชุมชนนั้น เกิดจาการที่เข้าถึงข้อมูลแตกต่างกัน การรณรงค์ก็ต่างกัน วิธีการขับเคลื่อน ความเข้มงวด ก็ต่างกัน ดังนั้น การสร้างการรับรู้ การสร้างกระแส สร้างความตระหนักรู้จึงสำคัญ เริ่มที่ชุมชน ผู้นำชุมชนก่อนเลย

    ในเวทีได้มีการแบ่งกลุ่ม ชวนสะท้อนสิ่งที่ชุมชนของแต่ละที่ได้ทำมา และชวนกันหารือต่อถึงกติกาชุมชน ที่อยากนำมาเพื่อขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ผู้นำและตัวแทนทั้ง 3 ชุมชน ก็ได้แลกเปลี่ยน นำเสนอ สิ่งที่ทำและจะต่อยอดต่อไปในส่วนของรองเจ้าคณะอำเภอ ก็ได้มีการรับรองและยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือในหลายด้าน ที่เกี่ยวข้องกับงานบุญประเพณีที่วัดและชุมชนต้องทำร่วมกัน

    นายศัตรูพ่าย คชราช ผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า “จะมีการสนับสนุนกิจกรรมและร่วมขับเคลื่อนงานบุญปลอดเหล้าร่วมกับชุมชน โดยจะเน้นให้ความรู้ความเข้าใจ ออกแบบกติกาเพื่อสื่อสารต่อในชุมชน และสนับสนุนสื่อรณรงค์ รวมไปถึงกิจกรรมหลายๆกิจกรรมในภายภาคหน้า สำหรับ 3 ชุมชนนี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่น และเพื่อขยายผลขึ้นสู่ระดับตำบลและอำเภอต่อไป”

    ภาพ/ข่าว : แผนงานนโยบายสาธารณะ เครือข่ายงดเหล้าภาคอีสานตอนบน

  • “ต๋ามผางปะติ๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ถวายเป็นพุทธบูชายี่เป็งเชียงใหม่

    “ต๋ามผางปะติ๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ถวายเป็นพุทธบูชายี่เป็งเชียงใหม่

    เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ และภาคี หน่วงงาน องค์กรในพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่ ร่วมจัดกิจกรรม “ต๋ามผางปะตี้ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ปีที่ 11 จำนวน 10,000 ดวง บริเวณ 4 มุมเมืองของตัวเมืองเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงหรือยี่เป็งเชียงใหม่ โดยมีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ได้ร่วมกันวางผางประตี้ดตามจุดต่าง ๆ ก่อนร่วมกันจุด เพื่อให้แสงเทียนส่องสว่างไสวไปทั่วเมืองเชียงใหม่ ถวายเป็นพุทธบูชาในห้วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่

    เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ฟื้นบ้านย่านเวียง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) “ต๋ามผางปะติ๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง” ปีที่ 11 ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2565 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่ และ 4 มุมคูเมืองเชียงใหม่ โดยกิจกรรมนี้ ทางเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ พร้อมชุมชุนต่าง ๆ วัด, สถาบันการศึกษา, ภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนา ที่มีความเชื่อว่าการจุดผางประทีปเป็นพุทธบูชา รวมทั้งแสดงความสำนึกบุญคุณและขอขมาสิ่งต่าง ๆ และค่านิยมในงานบุญประเพณีที่ร่วมสมัย มีความปลอดภัย เพื่อเป็นทางเลือกของการลดอุบัติเหตุจากประทัดยักษ์ และการปล่อยโคมลอย

    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดงานต๋ามผางปะตี๊ด ส่องฟ้า ฮักษาเมือง ในงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2565 โดยมีนายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติในกิจกรรม ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ จ.เชียงใหม่

    “ต๋ามผางปะตี้ด” แปลว่า การจุดประทีป บางพื้นที่ก็เรียกปะตี๊ป ทั้งนี้ผางประตี้ดที่ใช้จุดในช่วงการจัดกิจกรรมนั้น มาจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชน รวมทั้งเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ ตั้งแต่เริ่มต้นทุกขั้นตอนจนแล้วเสร็จ โดยทำการจัดกิจกรรมหยอดผางปะตี้ดขึ้นก่อนวันงาน สำหรับผางปะตี้ดหรือประทีป ที่ทางเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่นำมาใช้ มีขนาด 3 นิ้วครึ่ง โดยสามารถจุดได้ 5-6 ชั่วโมง จำนวน 10,000 ดวง นอกจากนี้ยังมีผางประทีปขนาดต่างๆ ที่จัดเตรียมไว้อีกรวมหลายหมื่นดวง เพื่อร่วมกันจุดบูชาเมืองเพื่อให้สว่างไสวไปทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่ในช่วงงานประเพณียี่เป็ง

    ตลอดระยะเวลาของกิจกรรม เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ยังมีการฟ้อนเทียนบูชาเมือง เทศน์อานิสงส์ผางประทีป ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่ทางเครือข่ายจัดทำทุกปี โดยมีการจัดอบรมซ้อมฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ซึ่งโดยในปีนี้มีผู้ที่สนใจเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเปิดสอนตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน


    ข่าว : ศุภกิตติ์ คุณา
    ภาพประกอบ : วิรัตน์ ไชยชนะ, วิทยาลัยอาชีวะเชียงใหม่, เทศบาลนครเชียงใหม่, ศุภกิตติ์ คุณา